• Mekong Chula

สงครามการค้ากับบริษัทเทคโนโลยี

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์:


เมื่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีนเกิดขึ้น สงครามย่อมก่อให้มีทั้งผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่สงครามคราวนี้อาจมีแต่ผู้แพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของมูลค่า บทบาทของการเปลี่ยนแปลงโลก รวมถึงศักยภาพในการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี


สถานการณ์


2 มกราคมที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่บริษัท Apple Inc. ตัดลดการคาดการณ์รายได้ของตนลงมา ซีอีโอของบริษัท Apple Inc. อธิบายว่านโยบายการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก่อผลเสียหายต่อความต้องการ IPhone โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเวลาไม่กี่วันต่อมาบริษัท Apple Inc. ได้เสียมูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไปถึง 10 %[1] ความถดถอยนี้เป็นเหมือนดั่งเพลิงไฟที่แผ่กว้างออกไปเป็นเหตุให้ให้นักลงทุนขายหุ้น Apple Inc. ออกไป


บทเรียนที่เกิดต่อนักลงทุนที่ถือหุ้น Apple Inc. ย่อมมีผลต่อบริษัทเทคโนโลยีในสาธาณรัฐประชาชนจีนอันมีผลออกมาคล้ายๆ กัน บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนหนีไม่พ้นอิทธิพลจากภูมิรัฐศาสตร์ไปได้ บริษัท Huawei Technology และ บริษัท ZTE Corp บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์และอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับแรงกดดันจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังแสวงหาวิถีจำกัดและควบคุมเทคโนโลยีรุ่นที่ 5 หรือ 5G โครงข่ายไร้สาย เทคโนโลยีใหม่ซึ่งไม่ได้มีศักยภาพเฉพาะกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แต่ยังมีศักยภาพต่อยานพาหนะอิสระและเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐาน การครอบงำเหนือเทคโนโลยีสำคัญใหม่ๆ เหล่านี้มีสถานะต่อความเสี่ยงที่เป็นไปได้ทางด้านความมั่นคง มีความหวาดกลัวว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจะบังคับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ซึ่งรวมทั้งบริษัทผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ของบริษัทเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์จึงได้พยายามใช้การหว่านล้อมบรรดาพันธมิตรของตนไม่ให้การสนับสนุนสัญญาที่ทำกับบริษัท Huawei Technology และบริษัท ZTE Corp


ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ฝ่ายบริหารสหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาสั่งให้บริษัทอเมริกันไม่ทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีนทั้ง 2 บริษัท

ในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความเชื่อคล้ายๆกันว่าเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์คือ ขัดขวางการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ประเทศแคนาดาซึ่งเป็นผูกพันธ์อย่างลึกซึ้งกับสหรัฐอเมริกาก็เข้ามามีบทบาทในเกมส์เศรษฐกิจและการเมืองนี้ด้วย นั่นคือกรณีการจับกุมนาง Meng Wangzhou เจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการเงินของ Huawei Technology


แนวโน้ม


ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนอะไรถึงความขัดแย้งทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนนาดาและสาธารณรัฐประชาชนจีนจะยุติอย่างไร หรือมีผลต่อรายได้ระยะยาวของ Huawei Technology หรือไม่

แต่ภาพที่ปรากฎแล้วคือ พลวัตของพลังอำนาจกำลังหมุนรอบอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกไม่เฉพาะที่สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น แต่กำลังหมุนรอบโลกและเกือบทุกบริษัท แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่า บริษัท ZTE Corp แห่งสาธาณรัฐประชาชนจีนกำลังถูกจับจ้อง เนื่องจากยากที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่กำลังเกิดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อีกทั้งบริษัทกำลังเป็นสาเหตุของสงครามการค้าครั้งนี้ด้วย


เมษายน 2018 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาประกาศไม่รับซื้ออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีจากบริษัท เพราะอ้างว่าบริษัทไปเกี่ยวข้องกับการละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ลงโทษด้วยการ ‘แบน’ เป็นเวลา 7 ปี ไม่ให้บริษัท ZTE Corp ทำงานร่วมกับบริษัทในสหรัฐอเมริกา


ผลของการ ‘แบน’ ต่อบริษัท ZTE Corp ในระยะแรกยังไม่ชัดเจน แต่อุปกรณ์เทคโนโลยีเกือบทั้งหมดของบริษัทผลิตเพื่อส่งออกให้กับตลาดจีนและเอเชียกลาง จริงๆแล้ว บริษัท ZTE Corp ก็เหมือนกับบริษัทผู้ผลิตเทเลคอมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่ผลิตโทรศัพท์และอุปกรณ์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่พึ่งพิงอย่างมากกับบริษัทซัพพลายเออร์ ที่ผลิตอุปกรณ์จำพวก networking switches และ cellphone modems ซึ่งมีผลิตเพียงในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น การปราศจากชิ้นส่วนดังกล่าว ZTE Corp ต้องพักงานคนงานทันทีและต้องปิดโรงงานต่างๆ[2]


ในช่วงแรกคำอธิบายสงครามการค้ากับบริษัทเทคโนโลยียึดติดกับหลักคิดการพึ่งพาซึ่งกันและกัน (interdependence) กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพาโรงงานผลิตชิ้นส่วนซึ่งกันและกัน ดังนั้นนักวิเคระห์กลุ่มนี้จึงประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าด้านเทคโนโลยีไม่มากเท่าใด ในความเป็นจริง หลักการพึ่งพาซึ่งกันและกันของการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีก็สามารถใช้เป็น ‘อาวุธ’ ในการห้ำหั่นฝ่ายตรงข้ามได้


ช่วงเวลานี้ สายเหยี่ยวของจีนกำลังเข้าไปเจรจาเรื่อง “บทลงโทษหนัก” ของฝ่ายบริหารโดนัลด์ ทรัมป์ที่มีต่อ บริษัท Huawei Technology หรือ ZTE Corp หรือทั้ง 2 บริษัทพร้อมกันเลย

ดูเหมือนว่า สงครามการค้าไม่มีใครชนะ มีแต่ผู้แพ้ แพ้ด้วยกันทุกฝ่าย


ไม่เชื่อลองย้อนดูประวัติศาสตร์ !!




อ้างอิง

[1] Joshua Brustein, “ When President Trump gave ‘death penalty’ to ZTE, he showed just how fraught the trade war could be for Huawei, Apple, and every other big tech company” Bloomberg Businessweek 14 January 2019 : 39


[2] Ibid., : 39-40

© 2019 by Mekong Studies Center