• Mekong Chula

“ ไก่ดำ ” วงจรการค้ามนุษย์โรฮิงญากับความรับผิดชอบของรัฐไทย

Updated: Oct 16, 2019

ปานชนก เกษมะณี





หากพูดถึง “ไก่ดำ” คนส่วนใหญ่จะนึกถึง “ไก่ดำ” ในฐานะสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผู้นิยมบริโภค เนื่องจากเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในอีกนัยหนึ่ง “ไก่ดำ” เป็นคำที่ใช้เรียก “ชาวโรฮิงญา” ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นคำว่า “คอก” ก็ถูกนำมาเรียกสถานที่พักพิงของชาวโรฮิงญาก่อนเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์อีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงการลดทอนความเป็นมนุษย์ของชาวโรฮิงญา และยังเปรียบพวกเขาเป็นเพียงแค่สินค้าเท่านั้น


กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 หรือ TIP Report 2019 โดยจัดอันดับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวม 187 ประเทศ TIP Report เป็นการรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในแต่ละประเทศ โดยยึดมาตรฐานตามกฎหมายการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกาปี 2000 หรือ TVPA ซึ่งการจัดอันดับจะแบ่งออกเป็นสี่ระดับ (Tier 1, Tier 2, Tier 2 Watchlist และ Tier 3) โดยในปีนี้ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ Tier 2 ซึ่งเป็นการคงอันดับเดิมจากปี 2561 สหรัฐอเมริการะบุว่า รัฐบาลไทยยังไม่บรรลุ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในหลายประการ แต่ก็มีความพยายามอย่างมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ผ่านมา โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จนมีพัฒนาการที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการดำเนินคดี ด้านการคุ้มครอง และด้านการป้องกัน (United States Department of State Publication, 2019)


แม้ประเทศไทยจะถูกจัดอยู่ใน Tier 2 แต่ก็ถือเป็นลำดับที่ดีที่สุดในรอบ 9 ปี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกายังระบุว่า ประเทศไทยเป็นทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของกระบวนการค้ามนุษย์ ในปี 2557-2558 ประเทศไทยเคยถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับ Tier 3 คือ ระดับต่ำสุด ซึ่งการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 3 นำไปสู่ความเสี่ยงต่อการคว่ำบาตรทางการค้าจากรัฐบาล และภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยในการส่งออกสินค้าที่อ่อนไหวต่อประเด็นแรงงานและการค้ามนุษย์ อาทิ กุ้งและทูน่า ทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ประเทศไทยยังอาจสูญเสียความช่วยเหลือด้านอื่นๆ จากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอาจถูกคัดค้านการให้ความช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก เพราะปัญหาการค้ามนุษย์มีประเด็นที่เกี่ยวพันในอีกหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาแรงงานต่างด้าว, ผู้หลบหนีเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย, ปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมาย, ปัญหาการค้าประเวณี, ปัญหาขอทานเด็กและต่างด้าว และปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ (เวิร์คพอยนิวส์, 2562)


โรฮิงญากับการค้ามนุษย์


โรฮิงญาเป็นกลุ่มชนที่มีถิ่นฐานในบริเวณชายแดนตะวันตกของเมียนมา นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษาเบงกาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลภาษาอินโดยูโรเปียนที่ใช้กันมากในแคว้นเบงกอลเดิม ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐอาระกัน หรือที่รู้จักในอีกชื่อคือ รัฐยะไข่ ความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ และการที่รัฐบาลเมียนมาเชื่อว่าชาวโรฮิงญา ไม่ใช่ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นมาแต่เดิม แต่เป็นชาวเบงกาลี หรือที่อพยพเข้าประเทศมาอย่างผิดกฎหมายจากประเทศบังคลาเทศ (แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, 2560) ทำให้เมียนมาปฏิเสธสถานภาพพลเมืองของชาวโรฮิงญา และใช้มาตรการต่าง ๆ ผลักดันชาวโรฮิงญาออกจากประเทศทางอ้อม มีการใช้ความรุนแรงจนมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวไม่ต่างจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เผยแพร่รายงานจำนวนมากที่เผยให้เห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญา เช่น บทสัมภาษณ์ของ กุมยาร์ เบกุม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ให้สัมภาษณ์กับองค์กรฟอร์ตี้ฟายไรต์ไว้ว่า


“ได้เห็นการสังหารหมู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำพูมาทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ในบริเวณนั้นมีเด็กเล็กบางส่วนที่ถูกสังหาร พวกเขาเอามีดสับร่างของเด็ก ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หลังการสังหารสิ้นสุดลงทหารเอาศพไปกองรวมกันและจุดไฟเผา ทหารของกองทัพเมียนมาอีกส่วนหนึ่งเข้าไปทำการสังหารหมู่ ที่บ้านชุตพยิน อำเภอรัทเทด่อง ทหารได้ยิงจรวดแบบอาร์พีจีใส่บ้านเรือน เพื่อเผาบ้าน และยิงใส่พลเรือน ในขณะที่พลเรือนติดอาวุธได้เข้ามาใช้มีดและดาบจ้วงแทงชาวบ้านชาวโรฮิงญา หลังจากนั้นทหารได้กวาดต้อนกลุ่มผู้ชายและเด็กไปรวมกันในกระท่อมหลังคามุงจาก จากนั้นก็จุดไฟเผาพวกเขาทั้งเป็น”

บทสัมภาษณ์ข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญา ส่งผลให้พวกเขาต้องอพยพไปยังประเทศใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัย


การเป็นผู้ไร้สัญชาติเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากประเทศปลายทางในด้านสิทธิผู้ลี้ภัย และสิทธิการทำงาน ชาวโรฮิงญาบางส่วนจึงถูกนำพาเข้าสู่การเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และกระบวนการการค้ามนุษย์ ทั้งในประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง รวมทั้งประเทศไทย



การเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ของโรฮิงญา


การโยกย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการค้ามนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ และมีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการเป็นจำนวนมาก เป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ของนายหน้าในการจัดหาชาวโรฮิงญา ด้วยข้อจำกัดด้านสัญชาติและกาเข้าถึงการศึกษา ทำให้ชาวโรฮิงญาไม่มีโอกาสทางเศรษฐกิจเท่าใดนัก จึงตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ได้ง่าย มีงานที่ทำการศึกษาพบว่า ต้นทุนในการขนส่งชาวโรฮิงญานั้นมีต้นทุนที่ต่ำเฉลี่ยตกคนละ 2.6 หมื่นบาท หลังจากขนส่งได้สำเร็จราคาในการซื้อขายจะสูงถึง 1 แสนบาท ค่าตอบแทนนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงจูงใจของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการค้ามนุษย์ (โพสต์ทูเดย์, 2558)


ที่มาภาพ: http://blog.mcp.ac.th/?p=36245

สำนักข่าวอิศรารายงานกระบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญาว่า นายหน้ามีการคำนวณค่าตอบแทนที่นายหน้าจะได้รับอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ก่อนการขนส่ง โดยในเรือ 1 ลำ จะมีจำนวนชาวโรฮิงญาประมาณ 400-500 คน ในจำนวนนี้มีทั้งที่ถูกหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานที่มาเลเซีย บางส่วนถูกบังคับขู่เข็ญ จี้ปล้นให้ขึ้นเรือ เมื่อเรือมาถึงที่หมายในจังหวัดระนองหรือเกาะใกล้เคียงอย่างเกาะหลีเป๊ะ ชาวโรฮิงญาที่แออัดกันมาในเรือเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว บางรายไม่สามารถลงจากเรือได้ สาเหตุเกิดจากพวกเขาต้องนั่งท่าเดียวกันไม่สามารถขยับตัวได้ ในสภาพที่อาหารและน้ำดื่มไม่เพียงพอ มีเพียงแค่ข้าวกับพริก หรือมาม่า และน้ำครึ่งแก้วต่อราย เมื่อถึงสถานที่พักพิงของชาวโรฮิงญา ที่ขบวนการค้ามนุษย์จัดไว้ก็เป็นพื้นที่มีสภาพอากาศค่อนข้างร้อนชื้น มีฝนตก อีกทั้งอาหารที่จัดเตรียมให้กับชาวโรฮิงญาก็มีไม่เพียงพอและให้มีเพียงวันละสองมื้อเท่านั้น (สำนักข่าวอิศรา, 2559)


การดำเนินการของขบวนการค้ามนุษย์คล้ายกับการการเรียกค่าไถ่ โดยนายหน้าจะติดต่อกับญาติของชาวโรฮิงญาเพื่อข่มขู่เรียกรับเงินในราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งชาวโรฮิงญา 1 รายจะมีจำนวนเงินเรียกค่าไถ่อยู่ระหว่าง 60,000 บาทถึง 200,000 บาท โดยให้ญาติโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อแลกกับอิสรภาพของเหยื่อ แต่ญาติไม่สามารถทราบได้ว่าลูกหลานของตนนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ หากญาติยินยอมและหลงเชื่อโอนเงินให้ นายหน้าจะทำการอ้างว่ายังไม่ได้รับเงินส่วนนั้น ญาติต้องโอนเงินกลับไปอีกครั้ง หากญาติไม่ทำตาม เหยื่อจะถูกทรมาน โดนทำร้ายร่างกายถึงขั้นเสียชีวิต บางรายอาจถูกส่งไปใช้แรงงานในเรือประมง ถูกทารุณหรืออดอาหาร ในกรณีที่เป็นหญิงสาวมักจะถูกล่วงละเมิดทางเพศจากนายหน้า โดยการข่มขืนหรือกระทำชำเราหญิงสาวผู้นั้น มีรายงานการค้นพบหลุมศพจำนวนกว่า 36 ศพ เชื่อว่าเป็นชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกทำร้ายร่างกายจากการเรียกค่าไถ่ (สำนักข่าวอิศรา, 2559 และ โพสต์ทูเดย์, 2558)


รัฐไทยกับการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์


ประเทศไทยได้หยิบยกปัญหาการค้ามนุษย์ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยมี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 (The Anti-Trafficking in Persons Act 2008) และกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (พ.ศ. 2554-2559) ที่ให้ความสำคัญ 5 ด้านคือ การป้องกัน การดำเนินคดี การคุ้มครองช่วยเหลือ การพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน การพัฒนาและการบริหารข้อมูล


เนื่องจากไทยอยู่ในสถานะประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ การวางนโยบายเพื่อแก้ไข ป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย จึงให้ความสำคัญกับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เป็นหลัก นโยบายที่สำคัญ ได้แก่ มาตรฐานกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดค้ามนุษย์และคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดค้ามนุษย์ สิทธิทางคดีของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ตามมาด้วยการออกกฎหมายวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ที่เคร่งครัดต่อการดำเนินคดีกับจำเลย มีการขยายผลเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์ อำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาแม้ไม่ร้องขอต่อศาล เพิ่มโทษทางอาญาสูงสุดถึงประหารชีวิต การคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้เสียหาย สิทธิของผู้เสียหายที่ได้รับการชดเชยเยียวยาในรูปแบบตัวเงินและสิทธิของผู้เสียหายที่จะได้รับหลักประกันทางกฎหมาย ในทางนโยบาย ไทยมีการรับรองสิทธิที่จะได้รับการชดเชยเยียวยาในรูปแบบตัวเงิน รับประกันสิทธิเข้าถึงหลักประกันทางกฎหมาย โดยในทางปฏิบัตินั้นให้คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหายเป็นหลัก ไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก และความเปราะบางเรื่องเพศ (ประชาไท, 2561)


นอกจากมาตรการ และการจัดการการค้ามนุษย์ที่รัฐไทยได้ตระหนักถึง รัฐไทยยังได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย หรือผู้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยร่วมกับองค์กร อย่าง สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ในการจัดตั้งค่ายผู้ลี้ภัย 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัด กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ที่คอยรองรับ และช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอย่างเต็มที่


ข้อจำกัดของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย


ปัญหาของไทยในการจัดการกับการลักลอบเข้ามาของชาวโรฮิงญา โดยเฉพาะจากบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้อพยพหนีความรุนแรง พวกเขาถูกผลักออกจากประเทศบ้านเกิด ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไทยต้องรับผู้อพยพทั้งจากประเทศเมียนมา แต่ไทยก็ยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ ทั้งการเปิดรับผู้อพยพเป็นเพียงการใช้อำนาจของ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ของรัฐบาลไทยภายใต้เงื่อนไขสภาพการเมืองระหว่างประเทศในการอนุญาตให้ผู้อพยพสามารถอยู่ในประเทศได้ชั่วคราวเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และในปัจจุบันไทยไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่อยู่ในประเทศได้อย่างเป็นทางการ (ประชาไท, 2558) ทั้งนี้ ไทยได้มีการจัดการในเรื่องของการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) อย่างเช่นชาวโรฮิงญาที่ถูกนำมาใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายเดินทางเข้ามายังจังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จะถูกนำตัวไปยังสถานกักกันคนต่างด้าว ซึ่งปัจจุบันสถานกักกันคนต่างด้าวจังหวัดพังงามีชาวโรฮิงญาที่ถูกจับกุมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สถานกักกันไม่สามารถรองรับจำนวนชาวโรฮิงญาที่เพิ่มมากขึ้นได้ มีความแออัด มีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการดูแลจัดการ มีข้อจำกัดทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับชาวโรฮิงญา ทำให้มีผู้พยายามหนีออกไปจากสถานกักกัน และยังเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้


การไม่มีนโยบายในการจัดการผู้ลี้ภัยที่ชัดเจนของไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาใช้กรอบกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และการดำเนินการส่วนใหญ่มักจะสาวไปไม่ถึงตัวผู้บงการในทางกลับกัน ความไม่มีสัญชาติของชาวโรฮิงญา ทำให้เกิดสุญญากาศทางการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนมากไม่สามารถส่งกลับประเทศต้นทางได้เพราะไม่มีสถานะเป็นพลเมืองของประเทศต้นทาง และยังคงถูกกักให้อยู่ในสถานกักกันคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง


ความซับซ้อนและปัญหาในเรื่องการใช้กฎหมายทำให้การดำเนินกระบวนการยุติธรรมมีความยืดเยื้อออกไป เป็นเวลานาน มีประเด็นละเอียดอ่อนอื่นเช่น การใช้ล่ามซึ่งเป็นชาวเมียนมาที่อาจมีทัศนคติในทางลบต่อชาวโรฮิงญา ที่ผ่านมายังมีปัญหาและข้อกล่าวหาว่า ล่ามที่ใช้ในการทำคดีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์เสียเอง มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยชาวโรฮิงญาหนีออกจากสถานที่ต้องกัก และนำพาเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์อีกครั้ง


ด้วยเหตุและปัจจัยมากมาย ทั้งจากประเทศต้นทาง และข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศไทยการขาดนโยบายที่แก้ปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะกรณี “โรฮิงญา” เชิงบูรณาการ ทำให้ปัญหานี้ยังคงเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลไทยต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ตามหลอกหลอนรัฐบาลอยู่ทุกปีเมื่อมีการประกาศสถานการณ์การค้ามนุษย์ใน TIP Report “ไก่ดำ” จึงเป็นเหมือนของแสลงของรัฐบาล ไม่ใช่ยาบำรุงกำลัง และน่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องหันมาพิจารณานโยบายการจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที


อ้างอิง

United States Department of State Publication. Trafficking In Persons Report June 2019. 2019. สืบค้นจาก https://www.state.gov/wp-content/uploads/2019/06/2019-Trafficking-in-Persons-Report.pdf

ประชาไท. กะเทาะปัญหา 'โรฮิงญา' ชีวิตที่เป็นได้แค่เหยื่อกับสินค้าแรงงานกับการจัดการของรัฐไทย. 2558.

สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2015/01/57431

โพสต์ทูเดย์. ค้ามนุษย์ "โรฮิงยา" มหาศาลพันล้าน. 2558. สืบค้นจาก https://www.posttoday.com

ฟอร์ตี้ฟายไรต์ สัมภาษณ์ “กุมยาร์ เบกุม” เลขที่ 39. เขตค็อกซ์บาซาร์ บังคลาเทศ. 11 ธันวาคม 2559

ประชาไท. เปิดรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ไทย 59-60 ทำจริงยังไปไม่ถึงนโยบาย. 2561.

สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2018/08/78091

เวิร์คพอยนิวส์. ไทยขยับอันดับประเทศที่มีการค้ามนุษย์สู่เทียร์ 2 ดีที่สุดในรอบ 9 ปี. 2562.

สืบค้นจาก https://workpointnews.com/2019/06/06/economy-4/

สำนักข่าวอิศรา. บทบาทรัฐไทยต่อผู้อพยพชาวโรฮิงญา หลัง 1 ปี วิกฤตเรือมนุษย์. 2559.

สืบค้นจาก https://www.isranews.org/isranews-scoop/47646-rohingya_47648.html

สำนักข่าวอิศรา. โรฮิงญาไม่ใช่คนหนีเข้าเมือง กก.สิทธิ์ฯ แนะรัฐปรับทัศนคติคุ้มครองฐานะ 'ผู้ลี้ภัย'. 2559.

สืบค้นจาก https://www.isranews.org/isranews-news/47548-news_47544.html

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล. ชาวโรฮิงญาคือใครและทำไมต้องหลบหนีจากเมียนมา?. 2560

สืบค้นจาก https://www.amnesty.or.th/latest/blog/16/

236 views

© 2019 by Mekong Studies Center