• Mekong Chula

สาธารณรัฐเกาหลี-แม่น้ำโขง

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์:


นักการทูตและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและสาธารณรัฐเกาหลีร่วมประชุม Mekong-ROK Business Forum ที่กรุงโซล เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ภาพโดย ASEAN-Korea Center

ความร่วมมือระดับภูมิภาคและกลไกด้านบูรณาการได้แสดงความสำคัญและมีบทบาทเสริมส่งในการสรรสร้างการบูรณาการภูมิภาคและการสรรสร้างชุมชนภูมิภาค เป็นเวลามากกว่า 2 ทศวรรษ โครงการต่างๆด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคซึ่งได้ริเริ่มโดยประเทศผู้ให้ (donor) ในระบบพหุภาคีและระดับทวิภาคี (multilateral and bilateral donors) ต่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong sub region-GMS) อันประกอบด้วย ราชอาณาจักรกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศไทย


ทั้งนี้แนวความคิดส่วนใหญ่ของการร่วมมือในระดับอนุภูมิภาค ส่วนใหญ่เน้นที่เป้าหมายทางเศรษฐกิจ (economic interest) ซึ่งได้พัฒนาและบูรณาการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระบวนการโลกาภิวัตน์ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา รวมทั้งประเด็นต่างๆ เช่น ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ (natural resource scarcity) การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (human migration) ยังเป็นสิ่งสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาคต่อไป ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงความร่วมมือระดับภูมิภาคและการบูรณาการกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าและภูมิภาคนี้กำลังเคลื่อนไปสู่สภาพแวดล้อมของปฏิบัติการใหม่ๆอีกด้วย


สาธารณรัฐเกาหลี-แม่น้ำโขง


ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้มีการสถาปนา "แพลตฟอร์ม" เพื่อประเทศสมาชิกในการร่วมมือในประเด็นต่างๆเพื่อส่งต่อเป็นโครงการต่างๆและออกมาเป็นผลงานต่างๆ ในเวลาเดียวกันภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้ทดลองเพิ่มเติมและหลอมรวม (synergies) เข้ากับการขยายตัวของภูมิภาคนิยมแห่งเอเชีย (expanding Asian regionalism)


เมื่อกล่าวถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เราจะพบว่า ณ เวลานี้มีกรอบความร่วมมือ มีแพลตฟอร์มต่างๆมากมาย อาทิ กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ข้อริเริ่ม ญี่ปุ่น-แม่น้ำโขง (Japan-Mekong ณnitiative) กรอบความร่วมมือ Ayeyawady-Chaopaya-Mekong Economic Cooperation-ACMECS) ของไทย Lower Mekong initiative นำโดยสหรัฐอเมริกา, Lanchang Mekong Cooperation-LMC ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และ Mekong-ROK ของสาธารณรัฐเกาหลี


นั่นหมายความว่า ท่ามกลางความร่วมมือ(cooperation) ย่อมมีการแข่งขัน (competition) ระหว่างกันด้วย กล่าวโดยย่อคือ GMS ริเริ่มโดยและเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังถือว่า เป็นกรอบความร่วมมือแรกสุดหลังสิ้นสุดสงครามกัมพูชา (Post-Cambodian conflict) 1992 ส่วนกรอบความร่วมมืออื่นที่ริ่เริ่มโดยสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเองย่อมตามมาทีหลัง ขณะที่ความริเริ่มที่มาหลังสุด แต่เดินหน้าอย่างรวดเร็วทั้งแผนงาน ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ และการทูตคือ LMC ที่นำโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่จะยังไม่วิเคราะห์ถึงความสำเร็จ ผลลัพท์อันรวดเร็วของกรอบความร่วมมือดังกล่าว การมีกรอบความร่วมมือที่มากมายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงย่อมแสดงถึงความสำคัญของอนุภูมิภาคนี้ในหลายด้าน ทั้งแสดงให้เห็นว่าอนุภูมิภาคนี้เป็นที่สนใจจากหลายมหาอำนาจทั่วโลก อันนี้ยังไม่นับการให้ความช่วยเหลือและการเข้ามาของประเทศจากทวีปยุโรป เช่น สหพันธรัฐเยอรมัน เดนมาร์ก เป็นต้น


ย้อนกลับมาดูสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สาธารณรัฐเกาหลีจึงก่อตั้งกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคแม่น้ำโขงหรือ Mekong-ROK Partnership ในปี 2011 และก่อตั้ง the Mekong-Korea Cooperation Fund (MKCF) ในปี 2013 เพื่อสนับสนุนความร่วมมือใน 6 ด้านหลักตามแนวทางใน the Han River Declaration 2011 รวมทั้งยังประกาศนโยบายด้านใต้ใหม่ (new Southern Policy) อันเป็นนโยบายขยายความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีกับอาเซียน อันเน้น 3 ด้านหลักคือ ประชาชน (People) ความมั่งคั่ง (Prosperity) และสันติภาพ (Peace) เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิด ความเชื่อมโยง (connectivity) ในอาเซียน โดยเพิ่มความเข้มแข็งในความร่วมมือ รวมทั้งยกระดับความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศต่างๆในแม่น้ำโขง


เมื่อมาดูสถิติด้านความช่วยเหลือการพัฒนาของทางการ (Official Development Assistance-ODA) ความช่วยเหลือแก่ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงแบบทวิภาคีทั้งหมดรวม 32.32 พันล้านเหรียญสหรัฐนับรวมถึงปี 2017 สาธารณรัฐเกาหลี ให้ความช่วยเหลือเป็นเงิน 396 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 ซึ่งนับเป็น 23% ของจำนวนเงินทั้งหมดการให้ความช่วยเหลือจากทางการแบบทวิภาคีทั้งหมดของสาธารณรัฐเกาหลี อันเป็นจำนวนเงิน 1.17 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนั้น นอกจากนั้น สาธารณรัฐเกาหลียังให้เงินจำนวน 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐภายใต้กรอบความร่วมมือ Mekong-Korea Cooperation Fund-MKCF ระหว่างปี 2013-2017 อีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่า สาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเป็นตัวเงินแก่ลุ่มแม่น้ำโขงรายใหญ่ที่สุด


แม่น้ำโขงในอนาคต


แม่น้ำโขงในอนาคตสำหรับผมนี้เป็นข้อเสนอของผมที่มีต่อทุกประเทศ มิได้หมายถึงแก่สาธารณรัฐเกาหลีเท่านั้น


ประการแรก เราไม่ควรแยกประเทศลุ่มแม่น้ำโขงออกจาก อาเซียน แม้ว่า อาเซียนมีประเทศ 10 ประเทศ แต่เคยแยกเป็น อาเซียนเก่า (Old ASEAN) กับอาเซียนใหม่ (New ASEAN) อาเซียนในภาคพื้นทวีปและอาเซียนในสมุทรัฐ ตรงกันข้าม ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงตัดไม่ขาดจากอาเซียนตั้งแต่ต้น อีกทั้งยิ่งมีความสำคัญต่ออาเซียนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ประชากร การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิภาคนิยม


ประการที่สอง ความแตกต่างและความหลากหลายในด้านต่างๆทั้งทางศาสนา เชื้อชาติ วัฒนธรรม ภาษาและระบบการเมืองของอาเซียนเป็นแรงดึงดูดและสร้างความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลวต่ออาเซียนมาอย่างน้อยกว่า 50 ปี โดยที่ไม่มีองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคใดจะดำเนินการมาได้


ประการที่สาม แน่นอน อาเซียน ‘เป็นเวที’ หนึ่งแต่ก็เป็นเวทีของหลายประเทศพร้อมๆกันทั้งมหาอำนาจ ประเทศเล็กๆ ประเทศในภูมิภาคโลกไหนก็อยากมีปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนเพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งของพวกเขา ซึ่งเราควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้นต่อไป


ประการสุดท้าย สำหรับประเทศไทย อาเซียนมีความสำคัญต่อไทยในหลายด้านและไทยควรใช้ประโยชน์จากอาเซียนให้มากที่สุด อาจกล่าวได้ว่า ไทยขาดอาเซียนไม่ได้เลย แต่ที่พิเศษคือ ไทยมีภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมเชื่อมต่อระหว่างลุ่มแม่น้ำโขงกับอาเซียนอยู่แล้ว


แน่นอน อาเซียนและแม่น้ำโขงต้อนรับทุกประเทศ รวมทั้งสาธารณรัฐเกาหลีด้วย


กิมจิไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับลุ่มแม่น้ำโขง

© 2019 by Mekong Studies Center