• Mekong Chula

มองเวียดนามผ่านถนนคนเดินแห่งแรกของนครโฮจิมินห์

ปภังกร เสลาคุณ:


นักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามคงจะคุ้นเคยกันดีกับภาพของยานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่สัญจรไปมาบนท้องถนน รวมไปถึงภาพของทางเท้าที่ชำรุดทรุดโทรม ทั้งยังกลายเป็นที่วางของของบรรดาร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมถนน ด้วยเหตุนี้ การใช้ถนนและพื้นที่สองข้างทางของคนเดินเท้าจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะไม่เพียงแต่จะต้องหลบรถที่ขับมาอย่างรวดเร็วแล้ว คนเดินเท้ายังต้องหมั่นสังเกตทางที่เดินผ่านอีกด้วยว่าบริเวณใดจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่สะดวกสบายในการสัญจรทางเท้า นครโฮจิมินห์ยังมีสถานที่หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับคนเดินเท้าและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง โดยสถานที่นั้นก็คือ ถนนคนเดินเหงียนเหวะ (Nguyen Hue Pedestrian Street) ซึ่งครอบคลุมอาณาบริเวณตั้งแต่ฝั่งตรงข้ามศาลาว่าการนครโฮจิมินห์ไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อน


ประวัติความเป็นมาของถนนคนเดินเหงียนเหวะ


แนวคิดในการก่อสร้างถนนเหงียนเหวะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2014 เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นนคร โฮจิมินห์มีมติให้สร้างถนนคนเดินแห่งแรกของเมืองขึ้นมา เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่เวียดนามรวมชาติครบ 40 ปี[i] ในระยะแรกของการก่อสร้าง ผู้คนจำนวนหนึ่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการสร้างถนนคนเดินบริเวณนี้ เนื่องจากที่ตั้งของถนนเหงียนเหวะอยู่กึ่งกลางระหว่างถนนสองสายที่มีรถราวิ่งกันอย่างขวักไขว่ จนอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนที่จะข้ามมาใช้ประโยชน์ อีกทั้ง ยังมีผู้มองว่าถนนเส้นอื่น เช่น ถนน ด่งเข่ย (Dong Khoi) และถนนบุ่ยเหวี่ยน (Bui Vien) อาจมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารมากกว่าถนนเหงียนเหวะ[ii] แต่ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลท้องถิ่นนครโฮจิมินห์ยังคงยืนยันที่จะสร้างถนนคนเดินในบริเวณนี้ต่อไป โดยถนนคนเดินเหงียนเหวะได้เปิดให้ประชาชนเข้าใช้ครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 2015


มองเวียดนามผ่านถนนคนเดิน


พื้นที่ของถนนคนเดินเหงียนเหวะมีลักษณะเป็นลานกว้างปูด้วยหินความยาวกว่า 670 เมตร สองข้างทางปลูกต้นไม้เป็นแนวยาวไปจนสุดถนน และตลอดทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่เป็นระยะ หากเราต้องการสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม การมาเยือนถนนเหงียนเหวะถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากตั้งแต่เปิดใช้งาน ถนนสายนี้ได้กลายเป็นที่นิยมของชาวเมืองโฮจิมินห์อย่างรวดเร็ว ผู้คนทุกเพศทุกวัยต่างใช้ถนนสายนี้เป็นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยเฉพาะในยามค่ำคืน เมื่อลานน้ำพุของถนนคนเดินและอาคารข้างเคียงล้วนประดับประดาไปด้วยแสงไฟหลากสีสัน ชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างก็ออกมาถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจนี้ไว้

จากการที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง บริเวณโดยรอบถนนเหงียนเหวะจึงเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถใช้ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์อนุสาวรีย์โฮจิมินห์ที่มีความสูงกว่า 7 เมตรเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนที่จะเดินต่อไปยังสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อนครโฮจิมินห์อย่างไซ่ง่อนโอเปร่าเฮาส์ (Saigon Opera House) และกรมธนารักษ์ (National Treasury Building) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นตึกสูงหลายแห่งที่มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่างตึกซันวา (Sunwah Building) อันเป็นอาคารที่ตั้งของบริษัทชั้นนำต่างๆ เช่น ธนาคารซิตี้แบงก์และสายการบินเอมิเรตส์ เป็นต้น หรือตึกไบเทกซ์โกไฟแนนเชียลทาวเวอร์ (Bitexco Financial Tower) ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศเวียดนาม ด้วยเหตุนี้ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเห็นพัฒนาการของนครโฮจิมินห์และการผสมผสานกันอย่างลงตัวของสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่ได้ตลอดเส้นทางของถนนเหงียนเหวะ

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถซึมซับวัฒนธรรมเวียดนามได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเวียดนามที่มีทั้งรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ร้านขายของที่มีสินค้าท้องถิ่นให้เลือกซื้อ หรือร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่สะท้อนอุปนิสัยรักการอ่านของชาวเวียดนามได้เป็นอย่างดี และเมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ เราจะพบว่าถนนคนเดินสายนี้นำเราไปสู่ปลายทางคือ แม่น้ำไซ่ง่อน ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อนครโฮจิมินห์มาอย่างยาวนาน โดยในอดีตพื้นที่ของถนนเหงียนเว้ยังเคยเป็นคลองสาขาของแม่น้ำไซ่ง่อนที่ใช้สำหรับผันน้ำเข้าสู่เมืองและเป็นเส้นทางสัญจรของชาวเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำในลำคลองเริ่มเกิดมลภาวะอย่างหนักจากการที่มีเรือจำนวนมากสัญจรไปมา ฝรั่งเศสในฐานะผู้ปกครองเวียดนามในสมัยนั้นจึงตัดสินใจถมคลองดังกล่าวและสร้างเป็นถนนสำหรับรถยนต์ ก่อนที่จะมีการพัฒนาเรื่อยมาจนกลายมาเป็นถนนคนเดินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


สรุป


การใช้เวลาบนถนนคนเดินเหงียนเหวะ นอกจากจะทำให้เรามองเห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองโฮจิมินห์ได้อย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังมีโอกาสได้ชื่นชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมโดยรอบอย่างไม่ต้องกังวลกับรถราและทางเท้าที่เป็นอุปสรรคต่อการเดิน อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ถนนคนเดินเหงียนเหวะเริ่มประสบปัญหาหลายประการเช่น ประชาชนนำสุนัขเข้ามาขับถ่าย นักท่องเที่ยวสูบบุหรี่ในห้องน้ำสาธารณะ หรือแม้แต่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืนนำรถขึ้นมาขับขี่บนถนนคนเดิน[iii] โดยปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลท้องถิ่นนครโฮจิมินห์จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งต่อประชาชนทั่วไปและทัศนียภาพของถนนเหงียนเหวะเอง หากรัฐบาลท้องถิ่นไม่อาจหามาตรการมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ถนนสายนี้ก็คงไม่แตกต่างอะไรจากถนนสายอื่นๆ ในนครโฮจิมินห์ที่คนเดินเท้าไม่มีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย

อ้างอิง

[i] Ngoc Linh. "From Waterway to Walkway." The Guide. September 04, 2015. Accessed December 12, 2018. http://theguide.vneconomictimes.com/travel/from-waterway-to-walkway-20150916155637406.htm.


[ii] Nguyen Nga - Dinh Son. “First walking street seen as a misstep for Ho Chi Minh City.” Thanh Nien News. April 13, 2015. Accessed December 4, 2018. http://www.thanhniennews.com/travel/first-walking-street-seen-as-a-misstep-for-ho-chi-minh-city-41082.html


[iii] “Nguyen Hue pedestrian street – a lovely new spot in Saigon.” Tuoi Tre News. June 21, 2015. Accessed December 12, 2018. https://tuoitrenews.vn/news/lifestyle/20150621/nguyen-hue-pedestrian-street-%E2%80%93-a-lovely-new-spot-in-saigon/35556.html

159 views

© 2019 by Mekong Studies Center