• Mekong Chula

ส่องหนังไทยใน Friend Zone: บทสำรวจความนิยมของภาพยนตร์ไทยในเวียดนาม

Dr. Tran Cam Tu :



หากกล่าวถึงภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่ผ่านมา ก็คงต้องยกให้เรื่อง “Friendzone เฟรนด์โซน ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน” ซึ่งหลังจากเข้าฉายเพียง 15 วัน ก็กวาดรายได้สูงถึง 113.42 ล้านบาท นับเป็นหนังจากค่าย GDH ที่ทำเงินรวมสูงอันดับ 2 ตลอดกาล (รองจาก “น้อง.พี่.ที่รัก” ซึ่งทำเงินได้ 126 ล้านบาทในจำนวนวันที่เท่ากัน) (ข้อมูลของ Thailand Box Office)[i] กระแสตอบรับในประเทศไทยส่งผลให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อของคอภาพยนตร์ไทยในประเทศเวียดนาม ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อภาพยนตร์ “เฟรนด์โซน” เข้าฉายในเวียดนามเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็กลายเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในเวียดนาม


กระแสหนังไทยในเวียดนาม: สิ่งเล็ก ๆ ที่เกิดจากความรัก


ภาพยนตร์ไทยเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชมเวียดนามจากช่องทางที่ไม่เป็นทางการก่อน และหนังเรื่องที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนเวียดนามหันมาสนใจหนังไทยก็คือ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ซึ่งถูกใจวัยรุ่นด้วยพล็อตเรื่องความรักวัยใสที่ใกล้ตัวทุกคน ชุดนักแสดงน่ารัก มีความโรแมนติกคอมเมดี้อย่างลงตัว โดยปกติผู้ชมที่เป็นคนรุ่นใหม่ของเวียดนามชอบดูหนังและละครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมถึง YouTube แต่จะสนใจดูเฉพาะหนังฮอลลีวูดและซีรี่ย์เกาหลี รองลงมาเป็นหนังญี่ปุ่น หนังจีน หนังไต้หวันบ้าง แต่ปรากฏการณ์ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ทำให้ช่วงปี พ.ศ. 2553-2554 กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ เริ่มค้นหาและแบ่งปันส่งต่อลิงค์หนังไทยให้กัน โดยช่วงแรกต้องดูซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษก่อนและเมื่อมีผู้สนใจทำซับไตเติ้ลภาษาเวียดมาเผยแพร่ก็ยิ่งทำให้มีคนสนใจหนังไทยมากขึ้นไปอีก


ถึงตรงนี้ต้องขอกล่าวถึงบทบาทความสำคัญของกลุ่มคนเวียดนามรุ่นใหม่ที่ทำซับไตเติ้ลเวียดให้ หนัง ละคร เพลง และรายการโทรทัศน์ของไทย พวกเขาส่วนมากเป็นนักศึกษาที่เรียนภาษาไทยในมหาวิทยาลัยของเวียดนาม ซึ่งมีความชื่นชอบสื่อบันเทิงไทยจนรวมตัวกันตั้งกลุ่มกันทำซับไตเติ้ลเวียดเป็นงานอดิเรกจนมีผลงานออกมาเป็นจำนวนมาก กลุ่ม/เพจ ที่ดัง ๆ ได้แก่ T-zone Kites, SIAMovies Channels, Vietsub Thai video, Chuon chuon canh sen และกลุ่มย่อยอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม มีการผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องและมีผู้ติดตามจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น เฟซบุ๊คเพจของ Chuon chuon canh sen มีผู้ติดตามประมาณ 93,000 คน หรือของ SIAMovies Channels มีผู้ติดตามประมาณ 188,000 คน ส่วน T-zone Kites เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดซึ่งทำทั้งเพจหนังไทยซับไตเติ้ลเวียดมีผู้ติดตามมากถึงประมาณ 342,000 และเพจเพลงไทยซับไตเติ้ลเวียดก็มีผู้ติดตามประมาณ 26,000 คน ตัวเลขเหล่านี้ด้านหนึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำซับไตเติ้ลเวียดให้สื่อบันเทิงไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญช่วยให้ภาพยนต์ไทยสามารถเข้าถึงตลาดคนดูเวียดนามได้ สร้างฐานคนดูให้หนังไทยเข้าไปตามช่องทางที่เป็นทางการคือเข้าฉายในโรงภาพยนต์เวียดนามได้ ในอีกด้านหนึ่งยังสะท้อนให้เห็นว่าสื่อบันเทิงไทยน่าสนใจ สามารถขยายตลาดคนดูเวียดนามทั่วไปได้ ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มนักเรียนภาษาไทยเท่านั้น


ตาราง 1: ภาพยนตร์ไทยที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของเวียดนาม

หลังจากกระแส “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” โรงภาพยนตร์เวียดนามเริ่มเห็นโอกาสทำเงินจากหนังไทย หนังเรื่องแรกที่นำเข้าฉายในโรงเวียดนาม - “พี่มาก... พระโขนง” (2556) ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เรื่องต่อจากนั้นอย่าง “โอ มายโกสต์ คุณผีช่วย” และ “มอ 6/5 ปากหมาท้าแม่นาค” พยายามตามกระแสนิยมหนังผีและสามารถทำรายได้พอสมควรด้วยได้อานิสงส์จาก “พี่มาก... พระโขนง” ทว่าเนื้อหาไม่ค่อยสร้างความประทับใจให้คนดูทำให้กระแสหนังไทยค่อยๆ เงียบไป ช่วงปี พ.ศ. 2558-2559 กระแสหนังรักคอมเมดี้ที่ถูกแนะนำให้คนดูเวียดนามแต่ผลตอบรับก็กระท่อนกระแท่น มีเพียง “I Fine Thank You Love You” ที่พอได้รับความนิยมพอสมควร และต้องรอจนถึงปี พ.ศ. 2560 ที่ภาพยนตร์ “ฉลาดเกมส์โกง” สามารถกลับมาสร้างกระแสนิยมให้หนังไทยอีกครั้ง และขาดช่วงไประยะหนึ่งกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง “เฟรนด์โซนฯ” เข้าฉายและประสบความสำเร็จด้านรายได้เมื่อไม่นานมานี้


อาจกล่าวได้ว่า กระแสความนิยมในภาพยนตร์รวมไปถึงวงการบันเทิงไทยในเวียดนาม ได้รับอานิสงฆ์เริ่มต้นจากภาพยนตร์ “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก” และความนิยมได้ขยายวงกว้างจากการที่คนเวียดนามกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความชื่นชมสนใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย ที่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขารักร่วมกัน ทำการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาเวียดจนสร้างกระแสความนิยมที่ขยายตัวออกไปสู่วงกว้างในที่สุด


ปัจจัยต่อความสำเร็จของภาพยนต์ไทยในด้านรายได้


กราฟ 1: ยอดรายได้ของภาพยนตร์ไทยในเวียดนาม (หน่วยเป็นพันล้านด่ง)

“พี่มาก...พระโขนง” สร้างปรากฏการณ์หนังไทยในเวียดนามเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2557 ทำรายได้เกือบ 8,000 ล้านด่ง (เกือบ 11.5 ล้านบาท) ใน 10 วันแรกที่เข้าฉาย [ii] ในมุมมองของคนดูเวียดนาม หนังเรื่อง “พี่มากฯ” มีความแปลกที่ไม่เคยพบมาก่อน คนดูเข้าโรงดูหนังผีแต่กลับหัวเราะเกือบตลอดทั้งเรื่อง แถมยังแทรกความโรแมนติก ของหนังรักและความสยองน่ากลัวของหนังผีบ้างในบางช่วง ผสมผสานกันอย่างลงตัวและครบรส


“ฉลาดเกมส์โกง” เป็นอีกเรื่องที่ทำสถิติหนังไทยทำด้านรายได้สูงสุดในเวียดนาม โดยทำเงินได้ 8,000 ล้านด่งหลังเพียง 3 วันหลังจากเข้าโรงวันที่ 15 เดือนกันยายน 2560 [iii] ในส่วนของรายได้รวม 12 วันเข้าฉาย “ฉลาดเกมส์โกง” ทำเงินได้ 24,000 ล้านด่ง (34 ล้านบาท) ชนะขาดรอยหนังไทยเรื่องอื่นที่เข้าฉายในเวียดนามก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น “พี่มาก... พระโขนง” (20,000 ล้านด่ง หรือ 28.5 ล้านบาท) “มอ 6/5 ปากหมาท้าผี” (17,000 ล้านด่ง หรือ 24 ล้านบาท) “I Fine Thank You Love You” (9,000 ล้านด่ง หรือ เกือบ 13 ล้านบาท) [iv]


ล่าสุดคือเรื่อง “เฟรนด์โซนฯ” สามารถทำรายได้เป็นประวัติการณ์ของหนังไทยในเวียดนามโดยมียอดขายถึง 49,000 ล้านด่ง [v] หรือ 70 ล้านบาท


ปัจจัยความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยในเวียดนาม


ด้วยจำนวนของภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในเวียดนามมีเพียงประมาณ 15 เรื่องและมีความหลากหลายทั้งบริษัทที่ผลิต ประเภทหนัง บริษัทเวียดนามที่รับมาฉาย ระยะเวลาอยู่ในโรง และอื่นๆ ทำให้ประเด็นที่ยกมาต่อไปนี้เป็นเพียงข้อสังเกตมากกว่าข้อสรุป


ที่เด่นชัดที่สุดคือภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องที่ประสบความสำเร็จในเวียดนาม ได้แก่ “พี่มาก... พระโขนง” “ฉลาดเกมส์โกง” และ “เฟรนด์โซน” มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน คือกลุ่มผู้ชมวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชมหลักในโรงภาพยนตร์เวียดนาม จากการสำรวจในปี ค.ศ. 2016 ของ Q&Me Vietnam Market Research[vi] คนที่ไปดูภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์บ่อยครั้งที่สุดจะมีช่วงอายุอยู่ระหว่าง 18 - 24 ปี รองลงมาคือกลุ่มที่มีอายุ 25 – 39 ปี ซึ่งรายได้จากภาพยนตร์ก็มีความสอดคล้องกับผลสำรวจดังกล่าวที่ว่าภาพยนตร์วัยรุ่นสามารถทำรายได้ได้ดี รายงานจากการสำรวจดังกล่าวยังเผยว่า ชาวเวียดนามนิยมดูหนังแอ๊กชั่น รองลงมาคือหนังตลกและหนังรักโรแมนติก ซึ่งก็เป็นเหตุเป็นผลและช่วยอธิบายว่าทำไมภาพยนตร์ไทยที่ตรงกับความนิยมของชาวเวียดนามเหล่านี้จะทำเงินดีกว่าภาพยนตร์ประเภทอื่น


นักแสดงอาจเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้รับการตอบรับมากกว่าปกติ แต่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง “พี่มากฯ” และ “เฟรนด์โซนฯ” ได้รับอานิสงส์ส่วนหนึ่งจากกลุ่มแฟนคลับเวียดนามของ มาริโอ้ เมาเร่อ และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ซึ่งยังคอยติดตามผลงานของนักแสดงสองคนนี้ตั้งแต่ภาพยนตร์ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก”


อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” จะเห็นว่าเป็นภาพยนตร์ที่ใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด แต่ด้วยพล็อดเรื่องมีความเป็นภาพยนตร์แอ๊กชั่นทางปัญญาที่ตื่นเต้นเร้าใจ บทภาพยนตร์มีความเป็นสากล แหวกแนวไปจากหนังไทยทั่วไป ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถชนะใจคนดูเวียดนามได้ อีกกรณีที่ช่วยยืนยันความสำคัญของบทภาพยนตร์คือเรื่อง “นาคี 2” แม้หนังเรื่องนี้ทำรายได้อย่างถล่มทลายทั่วประเทศไทย แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในเวียดนาม โดยทำยอดได้เพียง 1,392 ล้านด่ง (1.9 ล้านบาท) [vii] ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก ความศรัทธาในเรื่องพญานาคไม่ใช่ความเชื่อสำคัญหรือความเชื่อของคนเวียดนามส่วนใหญ่ ทำให้คนเวียดนามทั่วไปไม่อินกับหนังเท่ากับคนไทย

ปัจจัยสำคัญประการสุดท้ายที่อาจส่งผลต่อความนิยมและการทำรายได้ของภาพยนตร์ทุกเรื่องคือ การทำการตลาดของค่ายหนังต่าง ๆ ซึ่งควรให้ความสำคัญกับการหาหุ้นส่วนเวียดนามที่มีศักยภาพด้านการตลาด สามารถเข้าถึง และเข้าใจรสนิยมของผู้ชมชาวเวียดนาม ภาพยนตร์เรื่อง “นาคี 2” มีเพียงผู้ประกอบการโรงภาพยนต์เจ้าเดียวของเวียดนาม คือ CGV รับเข้านำมาฉาย แม้ CGV เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดที่ครองพื้นที่ถึง 47% ของตลาดโรงภาพยนต์ในเวียดนาม [viii] แต่ภาพยนตร์นาคี 2 กลับเสียโอกาสที่จะได้เข้าถึงผู้ชมเวียดนามผ่านโรงภาพยนตร์ของบริษัทอื่น ๆ การฉายในโรงภาพยนตร์น้อยโรง มีผลทำให้กระแสของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับเรื่องอื่นของไทยที่ผ่านมา แม้จะมีละครทีวีและกระแสภาพยนต์นาคีในไทยที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยช่วยทำกระแสนำมาก่อนแล้ว หากเปรียบเทียบกับ


ภาพยนตร์ “เฟรนด์โซนฯ” ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทุกเครือในเวียดนามและยังยืนโรงเป็นระยะเวลานานถึง 5 สัปดาห์

กราฟ 2: ยอดรายได้ของภาพยนตร์เรื่อง “เฟรนด์โซน ระวันสิ้นสุดทางเพื่อน” ในเวียดนาม

ในบทความเกี่ยวกับก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่อาเซียน กุลฤดี นุ่มทอง และอัศวิน เนตรโพธิแก้ว (2558) [ix] เผยว่าความท้าทายสำหรับผู้สร้างสรรค์สื่อภาพยนตร์คือการสร้างสรรค์ “อัตลักษณ์” การหลอมรวมความเป็นอาเซียนผ่านสื่อออกมาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเผยแพร่สื่อไปในประเทศอาเซียนนั้นต้องทำความเข้าใจผู้บริโภค ศึกษาบริบทวัฒนธรรมของแต่ละประเทศก่อน รวมทั้งมีกลยุทธในการเข้าถึงผู้บริโภคสื่อ แต่จากการสำรวจสถานการณ์ภาพยนตร์ไทยในเวียดนามเบื้องต้นในบทความนี้ ผู้เขียนพบว่าความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยในตลาดเวียดนามที่ผ่านมา ไม่ใด้เป็นผลจากนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และวงการภาพยนตร์ไทยอาจจะยังไม่มีการเต รียมความพร้อมเพียงพอในการที่จะพัฒนาขยายฐานคนดูในอาเซียน


รายการอ้างอิง

[i] Theaterist.th. (1 มีนาคม 2562). “รายงานหนังทำเงิน วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 : FRIEND ZONE พลิกแซง พี่นาค กลับมาคว้าแชมป์ส่งท้ายเดือนกุมภา”, Theaterist : ชีวิต ติด หนัง. https://theaterist.blog/2019/03/01/รายงานหนังทำเงิน-วันพฤ-5/


[ii] Nguyễn Khắc Trung (2 กรกฎาคม 2557). “Tình người duyên ma thu 8 tỉ đồng sau 10 ngày chiếu ở VN”, Tuổi trẻ. เข้าถึงจาก https://tuoitre.vn/tinh-nguoi-duyen-ma-thu-8-ti-dong-sau-10-ngay-chieu-o-vn-557037.htm วันที่ 5 มีนาคม 2562


[iii] Nhật Vi (20 กันยายน 2560). “Những lý do ‘Bad Genius - Thiên tài bất hảo’ gây ‘bão’ phòng vé”, Thể thao Văn hóa. เข้าถึงจาก https://thethaovanhoa.vn/van-hoa-giai-tri/nhung-ly-do-bad-genius-thien-tai-bat-hao-gay-bao-phong-ve-n20170919160639859.htm วันที่ 5 มีนาคม 2562.


[iv] Jas Lai (27 กันยายน 2560). “'Thiên Tài Bất Hảo' phá đảo kỷ lục doanh thu phim Thái tại Việt Nam”, Báo Mới. เข้าถึงจาก https://baomoi.com/thien-tai-bat-hao-pha-dao-ky-luc-doanh-thu-phim-thai-tai-viet-nam/c/23396255.epi วันที่ 10 มีนาคม 2562.


[v] Box Office Vietnam (2562). “Yêu nhầm bạn thân” (เฟรนด์โซน... ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน). เข้าถึงจาก https://boxofficevietnam.com/movie/yeu-nham-ban-than/ วันที่ 30 เมษายน 2562.


[vi] Q&Me Vietnam Market Research (2016). “Khảo sát về thói quen đi xem phim ở rạp chiếu phim của người Việt Nam” [Survey about movies and cinema preferences in Vietnam], Q&Me. Retrieved from https://qandme.net/vi/baibaocao/Nguoi-Viet-Nam-va-rap-chieu-phim.html on 12 March 2019.


[vii] Box Office Vietnam (2561). “Nữ thần rắn 2” (นาคี 2). เข้าถึงจาก https://boxofficevietnam.com/movie/nu-than-ran-2/ วันที่ 5 มีนาคม 2562.


[viii] Minh Sơn. (3 เมษายน 2561) “CGV Việt Nam thu về gần 2,800 tỷ đồng năm 2017” [CGV เวียดนามมีรายได้เกือบ 2,800 พันล้านด่ง ปี ค.ศ. 2017 หรือ 4 พันล้านบาท ปี พ.ศ. 2560], VNExpress. เข้าถึงจาก https://vnexpress.net/kinh-doanh/cgv-viet-nam-thu-ve-gan-2-800-ty-dong-nam-2017-3731669.html วันที่ 5 มีนาคม 2562.


[ix] กุลฤดี นุ่มทอง และอัศวิน เนตรโพธิแก้ว (2558). อุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคสื่อใหม่ในอาเซียน: ก้าวย่างใหม่สู่โลกออนไลน์และภูมิภาคอุษาคเนย์. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า ปีที่ 2 ฉบับที่ 2, หน้า 43-53.

1,720 views

© 2019 by Mekong Studies Center