• Mekong Chula

โรงเรียนจีนในลาว : ภาพสะท้อนความสัมพันธ์ ลาว-จีน

อดิศร เสมแย้ม:


โรงเรียนเหลียวตู่ (Liaodu Chinese School หรือ Liaodu Gongxue) เป็นโรงเรียนจีนเก่าแก่ที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งขึ้นในปี 1937 โดยสมาคมจีนในเวียงจันทน์ (Zhonghua Lishihui) สำหรับให้การศึกษาแก่บุตรหลานชาวจีนโพ้นทะเล ในระหว่างปี 1950-1975 โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนถึง 5,000 คน และครูกว่า 160 คน


โรงเรียนเหลียวตู่มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของจีนสยาม โดยเป็นที่ตั้งสาขาของค่างเหลียนภาคอีสานของไทย หรือสหสมาคมต่อต้านญี่ปุ่นเพื่อกู้ชาติวงการต่างๆ ของชาวจีนโพ้นทะเลประเทศสยาม รวมทั้งเป็นสถานที่พำนักของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์สยามสายจีน เช่น หลิวซู่สือ ที่ถูกจับกุมและเนรเทศจากไทยในปี 1940 หลังรัฐบาลไทยกวาดล้างการเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่นของขบวนการชาตินิยมจีนในปี 1938 โดยเชื่อว่าโรงเรียนจีนเป็นแหล่งซ่องสุมทางการเมืองจึงสั่งปิดโรงเรียนจีนทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง ทำให้เวลานั้นมีนักเรียนชาวไทยเชื้อสายจีนข้ามมาเรียนที่โรงเรียนนี้หลายคน


โรงเรียนจีนแห่งนี้ยังสะท้อนถึงการแข่งขันด้านอิทธิพลของจีนและไต้หวันในลาว รวมทั้งการสนับสนุนไต้หวันของชาวจีนโพ้นทะเลในเวียงจันทน์สมัยราชอาณาจักรก่อนที่ลาวจะเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาเป็นระบบสังคมนิยมในปี 1975 เห็นได้จากในปี 1962 ที่ทางสถานทูตจีนขอร้องให้นักธุรกิจจีนในเวียงจันทน์ให้โรงเรียนนี้หยุดการเรียนการสอนในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติจีน รวมทั้งประดับประดาธงจีนตามอาคารในโรงเรียนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง แต่ครูของโรงเรียนกลับปฏิเสธคำขอและโรงเรียนยังคงเปิดเรียนตามปกติ ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการสอนของโรงเรียนใช้หลักสูตรของไต้หวันและใช้ครูจากไต้หวัน ส่วนใหญ่นักเรียนที่จบมัธยมปลายมักจะไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ไต้หวันและฮ่องกง แต่หลังเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นประเทศ สปป.ลาว ในปี 1975 ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปโดยปรับหลักสูตรเป็นของจีนและใช้ครูจากจีนแทน แต่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างลาวและจีนในช่วงสงครามเย็น ทำให้มีการส่งครูชาวจีนทั้งหมดกลับประเทศในปี 1979


ภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง ความสัมพันธ์ระหว่างลาวและจีนได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่ มีการฟื้นฟูโรงเรียน และเชิญครูชาวจีนกลับมาสอนที่โรงเรียนนี้อีกครั้งในปี 1997 โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลและได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาและกีฬาของลาวให้เปิดสอนระดับชั้นมัธยมปลายในปี 2001


ปัจจุบันโรงเรียนเหลียวตู่เป็นโรงเรียนสองภาษา (Bilingual) โดยใช้ทั้งภาษาลาวและภาษาจีน มีนักเรียนประมาณ 2,400 คน โดยร้อยละ 10 ของนักเรียนเป็นชาวลาวเชื้อสายจีนที่ร้อยละ 1-2 ซึ่งไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ อิทธิพลของจีนในลาวที่ขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งด้านการค้าและการลงทุนทำให้จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 จากเดิมที่มีนักเรียนประมาณห้องละ 30 คน ต้องขยายเพิ่มขึ้นเป็นห้องละ 40-50 คน อย่างไรก็ตาม มีเด็กจำนวนมากไม่สามารถเข้าเรียนได้ เพราะทางโรงเรียนมีครู และห้องเรียนจำกัด


โรงเรียนเหลียวตู่เป็นกรณีที่น่าสนใจถึงความสำเร็จของการใช้อำนาจละมุน (Soft Power) ของจีน ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวที่มีนัยแตกต่างไปจากช่วงสงครามเย็นที่มีภาพลักษณ์ของภัยคุกคาม (China Threat) โดยใช้การทูตสาธารณะ (Public Diplomacy) ในการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของจีนแก่ประชาชนลาวผ่านการสร้างเครือข่ายบุคคล เช่น การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนลาวไปศึกษาต่อในจีน ทุนฝึกอบรมแก่ข้าราชการ การส่งที่ปรึกษา และอาสาสมัครมาประจำในลาว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของจีน โดยเฉพาะการสนับสนุนการสร้างผู้นำที่มีอายุน้อยที่มีอนาคตเป็นลูกหลานของนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงผ่านความช่วยเหลือด้านการศึกษา เนื่องจากจากความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามกับผู้นำอาวุโสของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในปัจจุบันที่ยังคงเหนือกว่าจีน ภายใต้ความคาดหวังของจีนว่าจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังการสิ้นสุดยุคของผู้นำรุ่นเก่าที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับเวียดนาม รวมทั้งการสร้างช่องทางที่ทำให้วัฒนธรรมของตนเป็นที่รู้จักในลาว เช่น การเปิดสถานีวิทยุ China Radio International (CRI) การเปิดสถาบันขงจื๊อ การเปิดศูนย์วัฒนธรรมจีน ตามแผนงานของกระทรวงวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกการปฏิรูปทางวัฒนธรรมและสร้างความเข้มแข็งในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนและชาวต่างชาติ


ความสำคัญของโรงเรียนเหลียวตู่ เห็นได้จากการที่นาย หลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีจีน ได้เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนแห่งนี้ระหว่างการเยือนลาวอย่างเป็นทางการขณะเข้าร่วมการประชุมผู้นำจีน - อาเซียน ในปี 2016 โดยนักเรียนได้ร้องเพลงจีนต้อนรับและท่องบทกวีที่เน้นถึงมิตรภาพจีน - ลาว นายหลี่ ยังได้ชมการเขียนตัวอักษรจีน และพบปะกับครูอาสาสมัครชาวจีนที่สอนในโรงเรียนแห่งนี้ที่มีจำนวนมากกว่า 20 คน โดยเขาได้กล่าวยกย่องการทำงานของอาสาสมัครเหล่านี้และหวังว่าจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีน – ลาว


การปรับตัวที่เกิดจากอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในลาวทำให้คนหนุ่มสาวลาวนิยมเรียนภาษาจีนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันจนโรงเรียนสอนภาษาจีนทั่วประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงความนิยมในรายการสอนภาษาจีนทางสถานีวิทยุ เอฟ.เอ็ม. 93.0 เมกกะเฮิร์ซ ของ China Radio International (CRI) ซึ่งคนลาวส่วนใหญ่อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่า ถ้ารู้ภาษาจีนก็จะมีโอกาสได้งานดีๆทำในบริษัทของจีนที่เข้ามาลงทุนในลาว ไม่ต่างกับเหตุผลที่พ่อแม่และผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมากที่ส่งบุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียนเหลียวตู่ที่เป็นโรงเรียนเอกชนแทนโรงเรียนรัฐ เนื่องจากต้องการให้บุตรหลานเรียนภาษาจีน เพราะเศรษฐกิจของจีนกำลังขยายตัวซึ่งจะเป็นประโยชน์หากบุตรหลานของตนรู้ภาษาจีนโดยมีความได้เปรียบในอนาคตตอนทำงานหรือติดต่อค้าขาย


#mekongcurrent #จับกระแสแม่โขง #โรงเรียนจีนในลาว #อิทธิพลจีนในลาว #แม่โขงจุฬา

545 views

© 2019 by Mekong Studies Center