• Mekong Chula

ความทรงจำนักโทษการเมืองพม่ากับประชาธิปไตยที่ยังใฝ่หา

รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์:



เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วม workshop กับกลุ่ม NGO ในพื้นที่อำเภอ แม่สอด ชายแดนไทย-พม่า และท้ายกิจกรรมก็ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Memory of the Past ที่สำนักงาน แม่สอด (และหลังจากกลับมาที่พม่าแล้วก็ได้เดินทางไปพิพิธภัณฑ์ที่สำนักงานย่างกุ้งด้วย) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า (The Assistance Association for Political Prisoners (Burma) หรือ AAPP) นับเป็นการได้ร่วมรำลึกเหตุการณ์ 8888 อย่างใกล้ชิดและรู้สึกมากที่สุดตั้งแต่เริ่มสนใจเรื่องราวของพม่าและสิทธิมนุษยชนมา…


สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า (AAPP) เป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มอดีตนักโทษการเมืองพม่าที่ลี้ภัยออกจากประเทศ โดยตั้งสมาคมขึ้นเมื่อปี 2000 ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อพยายามผลักดันให้ประเทศพม่าปรองดองและเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยโดยปราศจากนักโทษทางการเมือง นอกจากความพยายามเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองแล้ว ทางสมาคมยังทำการช่วยเหลือนักโทษและญาติด้านการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการให้ความรู้และช่วยเหลือต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชนด้วย นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้จัดทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับนักโทษการเมืองทุกคนที่เสียสละเพื่อ อิสรเสรีภาพและประชาธิปไตยในพม่า และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะเรื่องราวของนักโทษการเมือง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งแรกตั้งอยู่ที่แม่สอดและเมื่อปีที่ผ่านมาเพิ่งเปิดขึ้นอีกแห่งที่ย่างกุ้ง


พม่าได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสงครามกลางเมืองมายาวนานมากประเทศหนึ่งในโลก นับตั้งแต่ได้รับ เอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1948 จวบจนปัจจุบันก็ยังคงมีกลุ่มกองกำลังต่างๆ จับอาวุธสู้รบกันอยู่ แม้จะมี หลายกลุ่มลงนามหยุดยิงแล้วก็ตาม หลังจากที่ได้รับเอกราชไม่นาน ในปี 1962 นายพลเนวินก็นำกองทัพ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลอู นุ การปกครองแบบเผด็จการและใช้อำนาจทหารเข้ามาแทรกแซงการศึกษามากขึ้นทำให้อาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวนมากไม่พอใจจนนำมาสู่การลุกฮือครั้งแรกของนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งในวันที่ 7 กรกฎาคม 1962 เพื่อเรียกร้องให้นายพลเนวินลาออกและคืนประชาธิปไตยให้กับชาวพม่า ในการประท้วงครั้งนั้นทางรัฐบาลได้ใช้กำลังปราบปรามและมีผู้ชุมนุมบาดเจ็บเป็นจำนวนมากและเสียชีวิตไปมากกว่า 100 คน รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชน ปิดกั้น สิทธิเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ปิดประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำ เรียกได้ว่าพาประเทศดิ่งลงเหวในทุกๆ ด้าน สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งนำมาสู่การประท้วงใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 8 สิงหาคม 1988 หรือ 'เหตุการณ์ 8888' กองทัพใช้กำลังอาวุธปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงจนเรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์พม่า นอกจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปหลายพันคน ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพลี้ภัยหนีออกนอกประเทศ และส่วนหนึ่งก็ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ รัฐบาลยังคงปกครองประเทศต่อมาจนกระทั่งเกิดการลุกฮือของประชาชนขึ้นอีกครั้งนำโดยกลุ่มพระสงฆ์ ในเหตุการณ์ปฏิวัติจีวร (Saffron Revolution) ปี 2007 หลังจากเหตุการณ์นั้นมีจำนวนนักโทษการเมืองถูกจับกุมเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก


จากตัวเลขของ Human Right Watch ในปี 2009 มีจำนวนนักโทษการเมืองมากถึง 2 พันกว่าคน [1]แม้ว่าต่อมาในปี 2012 จะมีการปล่อยนักโทษออกมาจำนวนหนึ่ง และตั้งแต่ปี 2016 ที่รัฐบาลพลเรือน พรรค NLD นำโดยอองซาน ซูจี ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายและมีการประกาศให้มีการ ปล่อยตัวนักโทษการเมืองเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล[2] แต่ตัวเลขปัจจุบันในเดือนกรกฎาคม 2019 ยังคงมีจำนวนนักโทษการเมืองมากถึง 513 คน 43 คน ถูกตัดสินจำคุก 175 คน กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีอยู่ภายในเรือนจำ และ 297 คน กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีอยู่ภายนอก[3]


"EVEN THOUGH I'M FEAR I AM NOT" และสายตาของชายชราในเสื้อสีฟ้าที่กำลังชูฝ่ามือข้างขวานามว่าอู วิน ติน (U Win Tin) อดีตนักโทษการเมืองและแกนนำ NLD ที่ใช้ชีวิตอยู่ในคุกยาวนานมากที่สุด คนหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของพม่า[4] ดึงดูดสายตาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปยังพื้นที่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ (สำนักงานแม่สอด) ด้านข้างมีป้ายที่เขียนว่า "There can be no national reconciliation in Burma, as long as there are political prisoners" ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ประตูทางเข้าสีแดงที่จำลองมาจากประตูทางเข้าเรือนจำอินเส่งหรือคุกที่ได้ชื่อว่าเป็นขุมนรกบนดินของมนุษย์ที่ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง เราต้องก้มหัวผ่านประตูบานเล็กนั้นเพื่อเข้าไปสู่ห้องจัดแสดง ภายในจะมีภาพถ่ายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตอนที่ประชาชนลุกฮือต่อต้านรัฐบาลทหาร ตำแหน่งของเรือนจำทั่วประเทศพม่า ภาพชีวิตภายในคุก ภาพวิธีการซ้อมทรมาน ภาพของนักโทษที่เสียชีวิตในคุก ภาพของนักโทษปัจจุบัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงงานฝีมือที่นักโทษแอบทำระหว่างถูกคุมขัง ห้องขังจำลอง และโมเดลจำลองของเรือนจำอินเส่ง คุกที่ใช้คุมขังทรมานนักโทษและออกแบบมาได้กดขี่ความเป็นมนุษย์อย่างมาก ซึ่งสถาปัตยกรรมของเรือนจำอินเส่งเป็นลักษณะแบบ Panopticon ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในช่วงอาณานิคม ลักษณะเป็นวงกลมและมีหอสังเกตการณ์อยู่ตรงกลางเพื่อใช้สอดส่องและทำให้นักโทษรู้สึกว่าถูกจับตามองตลอดเวลา


หลังจากกลับมาที่พม่าผู้เขียนก็มีความตั้งใจจะไปพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในย่างกุ้งด้วย แม้จะรู้ว่าการจัดแสดงจะคล้ายคลึงกันก็ตาม พิพิธภัณฑ์จะตั้งอยู่ในสำนักงานของ AAPP ซึ่งไม่ง่ายนักที่จะหาเจอเช่นเดียวกับที่ แม่สอด ผู้เขียนเข้าไปแนะนำตัวและบอกว่าได้มีโอกาสไปที่แม่สอดมา ก่อนที่จะมีอดีตนักโทษการเมืองคนหนึ่งพาเดินชมภายในพิพิธภัณฑ์ (ซึ่งตอนนั้นไฟดับอยู่)


"2–3 ครั้งแรกที่ต้องมาบรรยายตอนอยู่มิวเซียมแม่สอดก็ยังรู้สึกประหม่าและรู้สึกยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่พอได้พูดหลายๆ ครั้ง มันก็เหมือนเป็นการเยียวยาตัวเอง" จ่อ โซ วิน (Kyaw Soe Win) อดีตนักโทษการเมืองผู้เคยถูกคุมขังและเคยไปอยู่ที่แม่สอดตอบคำถามที่ผู้เขียนลังเลจะถามในตอนแรกว่ารู้สึกอย่างไรที่ยังต้องมาอยู่ในบรรยากาศแบบนี้และพูดเรื่องนี้อีกบ่อยๆ


จ่อ โซ วินอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ให้ฟังซึ่งจะคล้ายๆ กับที่แม่สอด แต่มีบางอย่างที่เขาบอกว่าไม่เหมือน เช่น ภาพจำลองของการลงโทษนักโทษอย่างการให้นั่งหรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน ซึ่งเขาบอกว่ามันทรมานมาก หรืออย่างบันทึกของนักโทษคนหนึ่งที่พยายามส่งเสียงไปสู่โลกภายนอกผ่านบันทึกบนเสื้อผ้าแต่เมื่อถูกจับได้เขาก็ต้องรับโทษถูกจองจำเพิ่มไปอีกหลายปี

ผู้เขียนไม่ได้ถามถึงวิธีการที่พวกเขาถูกกระทำมากนัก เพราะจากภาพและคำบอกเล่าในบันทึกทรงจำต่างๆ ก็เพียงพอแล้วว่าพวกเขาถูกกระทำอย่างที่ไม่ควรมีใครในโลกต้องมาเจออะไรแบบนี้ อีกใจก็เพราะยังกลัวและไม่แน่ใจว่าคำถามนั้นจะเป็นการไปซ้ำเติมเขาไหม เลยเลือกถามว่าผ่านสิ่งเลวร้ายแบบนี้มาได้ยังไงมากกว่า


"คิดถึงวันพรุ่งนี้" เป็นคำตอบสั้นๆ ที่ทรงพลังมาก คำตอบนี้ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าของภรณ์ทิพย์ มั่นคง ในหนังสือมันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละที่เพิ่งอ่านจบได้ไม่นาน


"อยู่ข้างในก็พยายามสร้างโจทย์และหาทางแก้เพื่อให้สมองได้ทำงาน ให้มีอะไรทำ เช่น การคิดหาวิธีปรองดองอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ผมเกิดและโตในย่างกุ้ง ไม่รู้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่อื่นๆ ต้องเจอปัญหาหรือความยากลำบากอะไร แต่ในคุกเราได้คุยกัน เราเรียนรู้ชาติพันธุ์อื่นๆ เข้าใจพวกเค้ามากขึ้น เข้าใจปัญหาและความยากลำบากของพวกเค้า เข้าใจการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาจากในคุก" จ่อ วิน โซ เล่าถึงอีกวิธีการที่ทำให้เขาผ่านวันคืนเลวร้ายมาได้


ซึ่งวิธีการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนเลือกจะเขียน แม้ว่าดินสอ ปากกา กระดาษ จะเป็นสิ่งต้องห้ามในคุกก็ตาม แต่พวกเขามีวิธีการเสมอเพื่อคงลมหายใจ บางคนเลือกอ่าน บางคนเลือกทำงานฝีมือ อย่างกระป๋าถัก ผ้าถัก หรือแม้แต่กีตาร์ ที่พวกเขาพยายามทำขึ้นมาระหว่างถูกจองจำ


ในขณะที่มีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าประวัติศาสตร์และความทรงจำเพื่อให้คนรุ่นหลังรับรู้และผลักดันให้ทางการปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด แต่ภายใต้รัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งและเป็นประชาธิปไตย (ซึ่งเราต่างก็รู้กันดีว่ายังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลกองทัพ) นั้นก็ยังคงมีนักโทษการเมืองอยู่ อย่างกรณีล่าสุดที่นักข่าวรอยเตอร์ส วะ โลน (Wa Lone) และ จอ โซ อู (Kyaw Soe Oo) ถูกจับเนื่องจากเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญาและเพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา


และเมื่อเราถามถึงสาเหตุของนักโทษการเมืองที่ถูกจับกุมในปัจจุบันพบว่าส่วนมากเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างชาวบ้านกับทหาร คือทหารใช้อำนาจมายึดที่ดินทำกินของชาวบ้านเพื่อนำไปขายให้นายทุนเพื่อเอาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยมีการชดเชยให้ชาวบ้านเพียงนิดเดียวหรือเทียบไม่ได้เลยกับที่ดินที่ตนต้องเสียไป


"ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากถูกจับอีก แต่ถ้าจำเป็นเพื่อประชาธิปไตย เพื่อส่วนรวม ก็ยอม" จ่อ วิน โซ พูด ทิ้งท้ายก่อนที่เราจะเดินออกมาจากความทรงจำห้องนั้น ซึ่งความทรงจำไม่ได้ถูกกักอยู่ในนั้นแต่มันยังตามผู้เขียนไปในทุกที่อยู่กับเราทุกเวลาเมื่อเห็นความไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะในบ้านเขาหรือบ้านเรา…

แล้วทำไมเราต้องถูกจับเพราะอยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย อยากเห็นความเท่าเทียม อยากเห็นความยุติธรรม อยากมีอิสรเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์!!!!!?

ปล. ใครสนใจสามารถไปศึกษาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้ทั้งที่แม่สอดและย่างกุ้งหรือหากใครไม่สะดวกเดินทางไป ภายในเว็บไซต์ของ AAPP ก็มีให้เยี่ยมชมออนไลน์ได้ด้วย ตามลิ้งค์นี้เลย http://aappb.org/wp-content/uploads/2018/AAPPVirtualMuseumTour2017March19.html



อ้างอิง

[1] https://www.hrw.org/th/news/2009/09/16/237778


[2] https://prachatai.com/journal/2016/04/65127


[3] https://aappb.org/2019/08/monthly-chronology-of-july-2019-and-current-political-prisoners-list/


[4] https://www.matichon.co.th/columnists/news_534069

93 views

© 2019 by Mekong Studies Center