• Mekong Chula

ทำความรู้จัก BCIM Economic Corridor

อุกฤษฏ์ ปัทมานนท์:


ที่มาภาพ: Asia Briefing, 2013

Bangladesh-China-India-Myanmar (BCIM) Economic Corridor เป็นความร่วมมือในภูมิภาคซึ่งรู้กันว่าริเริ่มมาจากจีนคือ Kunming Initiative เริ่มต้นเมื่อปี 1999 ในระยะแรกเป็นการเจรจาแบบ Track II เพื่อก่อให้เกิดเขตความร่วมมืออนุภูมิภาค ที่เชื่อมกับภูมิภาคที่ล้าหลังซึ่งติดกับบริเวณ Land Locked area ของฝั่งตะวันตกของจีนเชื่อมต่อด้านตะวันออกของอินเดีย เชื่อมกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (least developed countries-LDCs) บังคลาเทศ เมียนมา และภาคตะวันออกของอินเดีย


จุดเริ่มต้นของการสถาปนา BCIM ผ่านการตกลงระหว่างนายกรัฐมนตรีจีน Wen Jiabao และนายกรัฐมนตรีอินเดีย Monmohan Singh เป็นการตกลงเพื่อทำการสร้างถนนให้รถยนต์วิ่งโดยก่อสร้างถนนแต่ละฝ่าย 200 กิโลเมตร ด้านหนึ่งจาก Silchau ไป Imphal ในอินเดีย อีกเส้นหนึ่งจาก Kalewa ถึง Monywu ในประเทศเมียนมา เป้าหมายสำคัญคือ ประการที่หนึ่ง บูรณาการทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคซึ่งสามารถบูรณาการกับเอเชีย ประการที่สอง เพื่อพัฒนาชายแดนของ BCIM จัดอันดับความสำคัญ Three T agenda (Trade, Transport, and Tourism) ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ในการสร้างผลประโยชน์มหาศาล การลงทุน การสื่อสารคมนาคม ในส่วนร่ำรวยด้านทรัพยากรธรรมชาติ สินแร่ ครอบคลุมพื้นที่ 165,000 ตารางกิโลเมตรกับจำนวนประชากร 440 ล้านคน


การก่อตั้ง BCIM ตั้งบนพื้นฐานว่าโครงการนี้เป็นระดับความร่วมมือระหว่างรัฐบาล (intergovernmental level) คือ Track I สนับสนุนการค้าและความเชื่อมโยงจากคุนหมิงไปยัง Kolkata ของอินเดีย โครงการหลายๆ อย่างของ 4 ประเทศนี้ เช่น ข้อริเริ่มโดยบังคลาเทศและเมียนมาเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านตะวันตกของจีนกับเมียนมาและบังคลาเทศ อย่างไรก็ตาม ที่ยังถกเถียงกันอยู่มากคือ ความไม่สนใจของอินเดียเข้าร่วมในการเจรจาระดับพหุพาคีซึ่งจีนถือว่าเป็นจุดอ่อนไหวของขบวนการก่อการร้ายต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย


แนวทางความร่วมมือ BICM-EC ยังคงอยู่ในช่วงการพัฒนา แม้ว่าหลังจากมีการประชุมร่วมกันต่อเนื่องถึง 12 ครั้ง แต่การประชุมนั้นก็ไม่สามารถก่อตั้งองค์กรหรือสถาบันของ Track I ได้เพราะอินเดียไม่ให้ความสนใจต่อความร่วมมืออันนี้ อย่างไรก็ตาม การประชุมความร่วมมือนี้กลับมีความสำคัญขึ้นมาอีกครั้งในเดือนกันยายน 2013 เมื่อประธานาธิบดีจีนสี่ เจิ้น ผิง (Xi Jinping) ประกาศ Silk Road Economic Initiative-BRI ซึ่งเป็นอภิวิสัยทัศน์เชื่อมโยงยูเรเซียที่มีเป้าหมายชุบชีวิตให้กับเส้นทางสายไหมเก่า ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าในส่วนตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าไปด้านตะวันตกเฉียงเหนือจากบริเวณชายฝั่งทะเลของจีนผ่านเอเชียกลางเข้าสู่ยุโรป ในขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆคือ 21st Century Maritime Silk Road (MSR) จะวิ่งจากมณฑลของจีนตอนใต้เข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้และต่อจากนั้นเข้าสู่อัฟริกาและมากไปกว่านั้น


เป้าหมายของโครงการคือ การควบรวมกลุ่มของ economic corridor อันประกอบด้วย ข้อเสนอ BCIM-EC และ China-Pakistan Economic Corridor (CPEC) รวมทั้ง MSR จากการศึกษาของ Development Research Center-Center for International Relations and Sustainable Development (CIRSD) BRI มีเป้าหมายโครงการครอบคลุม 65 ประเทศ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีข้อริเริ่มกับ 100 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ลงนามข้อตกลงกับจีนในการสนับสนุน BRI โดยศักยภาพ BRI เกี่ยวข้องการอาณาบริเวณที่ครอบคลุม 63 % ของประชากรโลก เป็น 30% ของ GDP โลก 24% ของการบริโภคในครัวเรือน และเป็นอาณาบริเวณที่มีแหล่งน้ำมันสำรองอยู่ 75 %


จะเห็นได้ว่า ถ้าดูพื้นฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจ เส้นทาง Kunming-Kolkata และเป้าหมายของ BCIM ที่เชื่อมต่อกับ BRI ทางเอเชียใต้และแอฟริกาย่อมมีความสำคัญ แต่โครงการทั้งหมดเป็นเพียงอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและการประชุมมากกว่า ดังนั้น บทความนี้เห็นว่าอุปสรรคของ BCIM เป็นลำดับแรกโดยใช้มองในแง่มุมของภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)และการเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้จากรัฐที่เล็กกว่า (smaller countries) ลำดับที่สอง จะวิเคราะห์อุปสรรคระหว่างประเทศบางประเทศคือ จีน อินเดียและเมียนมาต่อโครงการนี้ และลำดับที่สาม จะดูสถานภาพของ BCIM ในบริบทของมหาอำนาจในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ บทบาทของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี่ เจิ้ง ผิงและสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์


สิ่งท้าทาย : ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในภูมิภาค


ทุกประเทศใน BCIM มีความเฉพาะด้านที่แตกต่างกันอันมีผลต่อการพัฒนาระหว่างภายในประเทศในอนุภูมิภาค เช่นเมียนมามีฐานะเป็นผู้ส่งออกสินค้าปฐมภูมิ มีแรงงานราคาถูกเหลือเฟือ อินเดียเป็นประเทศชั้นนำอันดับหนึ่งในเอเชียด้านการส่งออกสินค้าบริการ จีนมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็นผู้ส่งออกสินค้าหัตถอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก บังคลาเทศเกี่ยวข้องกับทั้งการส่งออกบริการและสินค้าหัตอุตสาหกรรมราคาถูก


แต่เหตุผลให้มีการค้าขายระหว่างกันน้อยเพราะหลายทศวรรษที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อยู่ เช่น กองทัพเมียนมาต่อสู้กับกลุ่มกบฏ Kokang ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับชายแดนจีน ดังนั้น รัฐบาลเมียนมาจึงไม่พอใจจีนซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏ


เอเชียใต้มีทั้งวิกฤตการณ์พร้อมด้วยความขัดแย้งของการเมืองในประวัติศาสตร์ระหว่างปากีสถานและอินเดีย ซึ่งนับตั้งแต่ปากีสถานแยกตัวออกมาเป็นประเทศในปี 1947 ความขัดแย้งนั้นก็ยังอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองชาติต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ความขัดแย้งและแข่งขันระหว่างกันก็มีมาก ประกอบกับมหาอำนาจที่สนับสนุนทั้งสองฝ่ายก็แตกต่างกันกล่าวคือ เป็นที่ชัดเจนว่าจีนสนับสนุนรัฐบาลปากีสถาน ในเวลาเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็ให้การสนับสนุนอินเดีย


ในรายละเอียด เราจะเห็นได้ว่า BICM เลื่อนออกไปเพราะข้อเสนอความเชื่อมโยงระหว่าง BCIM กับ China Pakistan Economic Corridor ( CPEC) เพราะ CPEC เสนอ BCIM พาดผ่าน Kashmir ซึ่งยังถูกยึดครองโดยปากีสถานอยู่


อาจกล่าวได้ว่าประเทศที่เล็กกว่าทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ต้องได้รับความเสียหายจาก dilemma ทางยุทธศาสตร์การทหารและการเมืองระดับโลก ถ้าดูจากสภาพความเป็นจริงของเอเชียใต้เราจะเห็นว่า


ประการแรก ประเทศเล็กๆเหล่านี้พึ่งพิงสหรัฐอเมริกาด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ อีกด้านหนึ่ง พวกเขามองถึงการให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจของจีน เช่น กลุ่มประเทศในอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทะเลจีนใต้เป็นพันธมิตรโดยตรงกับทั้งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น รวมทั้งอินเดียในการสนับสนุนทางทหารและการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร แต่ความสนับสนุนทางเศรษฐกิจได้รับอย่างมากจากจีนทั้งในแง่การค้า การลงทุน เช่นการค้าชายแดนจีน เมียนมา การลงทุนสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำมิตโซนในเมียนมา การลงทุนวางท่อส่งก๊าซและน้ำมันจากเมืองเจ้าก์ผิ่วในรัฐยะไข่เมียนมาสู่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานความยาวกว่า 2000 กิโลเมตร

ในเอเชียใต้ การสร้างท่าเรือในศรีลังกา การให้ความช่วยเหลือและการค้าการลงทุนของจีนกับปากีสถานใน CPEC ในขณะเดียวกันก็มีลักษณะคล้ายกันคือ มีการแบ่งแยกความร่วมมือในภูมิภาค โดยเฉพาะจีนกับอินเดียมีปัญหา Arunnachal Pradesh และข้อขัดแย้งด้านดินแดนใน Kashmir อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือและเมียนมายังเป็นพื้นที่ที่มีการรังคราญของกลุ่มก่อการร้าย


ในเอเชียใต้ไม่สามารถพัฒนาตลาดให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้ ทำให้เอเชียใต้เป็นอนุภูมิภาคที่มีการรวมกลุ่มน้อยที่สุด ยังมีการแบ่งขั้วระหว่างปากีสถานและอินเดีย พวกเขาขัดแย้งเรื่องพรมแดน Kashmir ความร่วมมือ 3 ฝ่ายคืออินเดีย ปากีสถานและประชาชนชาว Kashmir ก็ทำให้เกิดความร่วมมือขึ้นได้ยาก ดังจะเห็นได้ว่า South Asian Association for Regional Cooperation (SAARC) เป็นองค์กรที่อยู่ในความตึงเครียด


BCIM จึงเป็นระเบียงทางเศรษฐกิจในเอเชียใต้ เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นข้อริเริ่มจากทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตั้งมานานแต่ไม่คืบหน้า โดยในปัจจุบันก็พยายามเชื่อมกับ BRI ของทางการจีน แต่ไม่รู้ว่าจะเชื่อมได้มากน้อยแค่ไหน


นี่คือ ความซับซ้อนและความยุ่งเหยิงทางตะวันตกของเอเชีย อันสะท้อนความร่วมมือที่น้อย เนื่องมาจากความขัดแย้งภายในและประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์

243 views

© 2019 by Mekong Studies Center