• Mekong Chula

เรื่องเล่าจากภาคสนาม: “แบงค็อกสโตร์” ว่าด้วยกระแสไทยนิยมในเมียนมา

อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ:


ประเทศไทยเป็นคู่ค้าลำดับต้นๆ ของเมียนมามาหลายทศวรรษ แม้ในช่วงหลังจีนจะผูกขาดเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเมียนมาหลายปีติดต่อกัน ทว่าตำแหน่งแห่งที่ทางการค้าของไทยที่มีต่อเมียนมายังคงดำรงอยู่ตำแหน่งที่มีความพิเศษ ประชาชนเมียนมามีภาพจำต่อสินค้าจากประเทศจีนและประเทศไทยที่แตกต่างกัน สินค้าจากประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะสินค้าที่มีคุณภาพขณะที่ภาพลักษณ์ของสินค้าจากประเทศจีนในสายตาคนเมียนมาคือสินค้าที่มีราคาถูกกว่าและคุณภาพด้อยกว่าสินค้าไทย ด้วยเหตุนี้ความนิยมในสินค้าที่มีผลต่อความปลอดภัย เช่น สินค้าที่เป็นสินค้าบริโภคหรือสินค้าที่ใช้โดยตรงกับร่างกายจากประเทศไทย จึงยังมีสูงกว่าเมื่อเทียบสินค้าประเภทเดียวกันที่มาจากจีน ข้อพิสูจน์ก็คือการที่สินค้าไทยได้รับความนิยมและมีขายไปทั่วทั้งประเทศเมียนมา ไม่เฉพาะในเมืองใหญ่และเมืองชายแดนเท่านั้น

วัดการะเวกเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิถิลา

ผมลงพื้นที่เพื่อศึกษาความขัดแย้งระหว่าง พุทธ-มุสลิม ในเมืองมิถิลา (Meiktila) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใจกลางประเทศเมียนมาพอดี เมื่อเร็วๆ นี้ คนที่สนใจเรื่องเมียนมาอาจจะรู้จักเมืองนี้จากเหตุความรุนแรงเมื่อปี พ.ศ. 2556 แต่อันที่จริง มิถิลา เคยมีสถานะเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นเมืองชุมทางที่เป็นจุดตัดของเส้นทางหลักของการคมนาคมทางบกของเมียนมา ระหว่างทางหลวงแผ่นดินเส้นเหนือ-ใต้ และทางหลวงแผ่นดินตะวันออก-ตะวันตก มิถิลาจึงเป็นชุมทางค้าขาย ทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร เป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศ และเป็นเมืองแห่งการศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยถึง 6 แห่ง ต่อเมื่อมีการตัดถนนไฮเวย์สายย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ เมืองมิถิลาจึงถูกบายพาส การเดินทางและขนส่งไม่จำเป็นต้องผ่านเข้าตัวเมืองมิถิลาอีกต่อไป กระนั้นเมืองมิถิลายังมีต้นทุนเดิมในฐานะเมืองที่เป็นฮับ (Hub) ของเครือข่ายการค้าในอดีต และความที่ยังคงเป็นเมืองมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ทำให้เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจอยู่มาก


แบงค็อกสโตร์ โซเชียลคอมเมิร์ซ และโมบายแบงค์กิ้ง


ด้วยความบังเอิญ ขณะที่ผมเดินผ่านถนนสายหลักของเมืองเพื่อไปยังตลาด ผมพบว่ามีร้านค้าแห่งใหม่ที่จำได้ว่าไม่เคยเห็นเมื่อครั้งเดินผ่านเส้นทางเดียวกันนี้ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมก็คือชื่อของร้าน ร้านค้าแห่งใหม่ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองมิถิลาแห่งนี้ใช้ชื่อว่า “Bangkok Store” ต่อมแห่งความสงสัยของผมถูกกระตุ้นจนไม่อาจรอช้า ต้องรีบพุ่งกายเข้าไปสำรวจในทันที

Daw Theint Theint Soe

ผมแนะนำตัวกับเจ้าของร้าน Daw Theint Theint Soe ว่าผมนี่แหละ “Bangkokian” ผู้มาจากเมืองแบงค็อก ที่เธอใช้เป็นชื่อร้าน เธอยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรและยินดีตอบคำถามทุกคำถามที่ผมยิงใส่แบบรัวๆ เธอเล่าว่าเธอไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยเลยสักครั้ง แต่เห็นว่าความนิยมในสินค้าไทยของชาวเมียนมานั้นน่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดี จึงตั้งชื่อร้านว่าแบงค็อกสโตร์ เพื่อให้คนรู้ว่าร้านนี้ขายเฉพาะสินค้าจากประเทศไทย


ร้านฺ Bangkok Store มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่สินค้ามีหลากหลายประเภท สินค้าหลักคือจำพวกอาหารและเครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงชูรส ปลากะป๋อง ขนม กระทั่งสินค้าที่ระบุว่ามีขายเฉพาะใน 7-11 เท่านั้น ก็ยังมีขายที่นี่

นอกจากนี้ยังมี สบู่ ยาสระผม ครีมบำรุงผิว รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์มือสอง ชาวเมียนมารู้ว่า มอเตอร์ไซค์แม้จะยี่ห้อญี่ปุ่น แต่ผลิตในประเทศไทย ใช้งานดีและมีความทนทาน

Daw Theint Theint Soe เล่าว่าสินค้าพวกนี้เธอสั่งมาจากเมียวดีผ่านร้านค้าบนเฟสบุ๊คของพ่อค้าชายแดนซึ่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยอีกที ช่องทางการค้ารูปแบบนี้ โลกวิชาการเพิ่งบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาเรียกขานกันในนาม “โซเชียลคอมเมิร์ซ” เธอเลือกสินค้าที่ผู้ขายโพสท์ขายและคิดว่าน่าจะขายได้หลังจากนั้นก็โอนเงินจ่ายค่าสินค้าผ่านโมบายแบงค์กิ้ง และสินค้าที่สั่งจะมาถึงใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน เพราะมีรถขนส่งสินค้าจากเมียวดีไปยังมัณฑะเลย์ทุกวัน วันละหลายๆ เที่ยวอยู่แล้ว เพิ่งเปิดร้านมาได้ไม่นานแต่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า

“สินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ แค่รู้ว่าเป็นสินค้าจากไทย คนก็เชื่อแล้วว่าเป็นของดี”

สินค้าไทยในร้าน Bangkok Store

ก็คงจะจริงอย่างที่เธอว่า หลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ผมเดินทางไปรัฐกะยาห์ ระหว่างทางผมแวะร้านขายของชำและเห็นแปรงสีฟันอยู่บนชั้นวาง ดูเผินๆ เหมือนเป็นสินค้าไทยยี่ห้อ “ใกล้ชิด” แต่ดูอีกที


อ้าว !! เห้ย !! นี่มันสินค้าจากประเทศจีนที่พยายามทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าเป็นสินค้าไทยนี่นา !!!

สินค้าจากประเทศจีนที่พยายามทำให้ลูกค้าชาวเมียนมาสับสนว่าเป็นสินค้าไทยที่

เมื่อผมลองถามเพื่อนๆ ชาวเมียนมาหลายๆ คน ว่าความรู้สึกแรกที่พวกเขาคิดถึงเมื่อได้ยินคำว่า Bangkok คืออะไร คำตอบที่ได้คือ Bangkok เป็นภาพแทนของความทันสมัย เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นแหล่งช็อปปิ้ง และเป็นจุดหมายปลายทางลำดับต้นๆ ของชาวเมียนมาเมื่อนึกถึงการเดินทางไปต่างประเทศด้วยเพราะอยู่ใกล้ชิดกับประเทศเมียนมา ที่แน่ๆ จะไม่มีทางที่พ่อค้าแม่ค้าจะตั้งชื่อร้านค้าว่า “Beijing Store” หรือ “China Store” แล้วขายเฉพาะสินค้าจากประเทศจีนอย่างแน่นอน


น้ำปลาไทย-ของมันต้องมี, อยากสุขภาพดี-น้ำมันรำข้าว


เช้าวันต่อมา ระหว่างเวลานัดหมายรอสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล ผมแวะร้านน้ำชาเพื่อหาอะไรทานรองท้อง ผมสั่งโมฮิงกา หรือขนมจีนเมียนมาซึ่งน่าจะเรียกว่าเป็นอาหารประจำชาติอย่างหนึ่งของเมียนมาได้ เมื่อโมฮิงกาถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ผมพบว่าน้ำปลาขวดน้อยถูกเอามาวางด้วย ผมลองสอดสายตาชำเลืองมองโต๊ะอื่นๆ แล้วก็พบว่าเกือบทุกโต๊ะที่สั่งโมฮิงกาจะมีขวดน้ำปลาตั้งอยู่ด้วย นี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับผม เป็นเรื่องกระตุ้นต่อมสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก ผมจึงขอให้เพื่อนช่วยเชิญเจ้าของร้านมาพบเพื่อทำการสอบสวน

โมฮิงกามาพร้อมกับน้ำปลาจากประเทศไทย

เจ้าของร้านผู้มีอัธยาศัยดี ให้การว่า ของมันต้องมี เพราะลูกค้าถามหาตลอด คนเมียนมาทานเค็ม น้ำปลาไทยได้รับความนิยมมาก และคนเมียนมามีแบรนด์ลอยัลตี้ ความจงรักภักดีต่อยี่ห้อสูงมากโดยเฉพาะกับของกิน ยี่ห้ออื่นก็ไม่ได้ ต้องยี่ห้อนี้ เจ้าของร้านแจ้งว่า ราคาของน้ำปลาขวดน้อยประมาณสองร้อยจั๊ตหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ สี่บาทกว่าๆ

ผมลองถามเพื่อน เพื่อนบอกที่บ้านเธอก็ใช้ และต้องยี่ห้อนี้เท่านั้นเพราะรสชาดดี เพื่อนยืนยันว่าสมัยตอนเธอเป็นเด็กๆ ไม่มี เพิ่งจะมาบูมไม่กี่ปีนี้เอง จริงๆ พม่าก็มีสิ่งที่เรียกว่า งาปิ๊ แต่มันอร่อยไม่เท่าน้ำปลา คนเมียนมาออกเสียงเรียกน้ำปลาว่า Ngan Pyar Yay ผมเดาว่า Ngan Pyar คงจะแผลงมาจากคำว่า “น้ำปลา” เป็นแน่แท้


ผมยังนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อปีที่แล้วระหว่างพักรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งในย่างกุ้ง พบว่ามีชั้นวางขายน้ำมันรำข้าวซึ่งเป็นสินค้าจากประเทศไทย ใครที่เคยทานอาหารเมียนมาจะพบว่าคนเมียนมาน่าจะสังเกตได้ว่าอาหารเมียนมานั้นมีความมันเยิ้ม คนเมียนมาใช้น้ำมันในการประกอบอาหารเยอะมากจริง ๆ เมื่อครั้งที่ผมไปสังเกตการณ์การค้าชายแดนริมฝั่งแม่น้ำเมย ผมพบว่าน้ำมันปาล์มเป็นสินค้าอีกประเภทที่ส่งออกจากไทยไปเมียนมามาก ทั้งที่เป็นน้ำมันปาล์มผลิตในประเทศไทยไทยและน้ำมันปาล์มที่เป็นสินค้าผ่านแดนมาจากประเทศจากมาเลเซีย

ถังน้ำมันปาล์มที่ริมฝั่งแม่น้ำเมยรอการส่งออกไปเมียนมา ขณะที่ในปัจจุบันกระแสดูแลสุขภาพในหมู่ชนชั้นกลางทำให้น้ำมันรำข้าวจากประเทศไทยได้รับความนิยม

เมื่อเอารูปถังน้ำมันปาล์มที่ส่งไปเมียนมาให้ผู้อาวุโสชาวเมียนมาที่เคารพท่านหนึ่งดู ผู้อาวุโสท่านนั้นบอกว่ารู้สึกสะเทือนใจเพราะคนเมียนมาแต่เดิมบริโภคน้ำมันถั่วลิสงและน้ำมันงา แต่นับจากปี 1962 ซึ่งนายพลเนวินยึดอำนาจ เศรษฐกิจของประเทศก็ถดถอย ประชาชนไม่สามารถซื้อน้ำมันถั่วน้ำมันงาบริโภค ต้องหันมาบริโภคน้ำมันปาล์มซึ่งมีราคาถูก

ละครไทย "เพลิงฉิมพลี" พากย์เสียงภาษาเมียนมา เป็นให้คนไข้ชมระหว่างรอพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ให้ข้อมูลว่าตัวเขาเองมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลในประเทศไทยทุกปี

ดูเหมือนว่าในปัจจุบันหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ชนชั้นกลางในเมียนมาเริ่มขยายตัว กระแสดูแลสุขภาพก็เริ่มมีมากขึ้น คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก็หันมาบริโภคน้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันปาล์ม คนที่มีฐานะจะใช้บริการทางการแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีผู้เดินทางมาตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แม้แต่เจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นผู้ให้ข้อมูลในงานวิจัย ก็ยังเคยเล่าให้ฟังว่ามาตรวจสุขภาพที่ โรงพยาบาลกรุงเทพและโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทั้งที่มีโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง


ทำไม ไทยนิยม?

กระแสนิยมไทยในเมียนมาไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมสันนิษฐานว่ามีหลายปัจจัยที่เอื้อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว


1. ผลสืบเนื่องจากการล่มสลายของเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมของเนวินที่ยึดอำนาจในปี ค.ศ. 1962 ส่งผลให้เกิดตลาดมืด เป็นเหตุให้มีการลักลอบสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งประเทศไทยผ่านทางชายแดน (หากผู้อ่านสนใจประเด็นนี้สามารถศึกษาได้จากบทความของผู้เขียน คลิก)


2. แรงงานจากประเทศเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก (สถิติอย่างเป็นทางการของกระทรวงแรงงานในปัจจุบันมีแรงงานเมียนมาอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยรวมเกือบ 2 ล้านคน แบบที่ไม่ถูกกฎหมายไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด) แรงงานเหล่านี้เมื่ออยู่ในประเทศไทยมีความคุ้นเคยกับสินค้าไทย เมื่อเดินทางกลับไปเมียนมาก็มีทัศนคติที่ดี มีความคุ้นเคยกับสินค้าไทย อาหารไทย และวัฒนธรรมไทย นอกจากนี้กระบวนการส่งเงินกลับบ้านของแรงงานเหล่านี้ด้วยการโอนเงินนอกระบบที่เรียกว่า “โพยก๊วน” ยังเป็นวงจรเดียวกับการชำระค่าสินค้าของการค้าชายแดนนอกระบบ แรงงานจากเมียนมาจึงมีคุณูปการทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความนิยมและการดำรงอยู่ของการค้าชายแดนนอกระบบ


3. ความนิยมในละครไทย ทำให้ชาวเมียนมามีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรม การบริโภคแบบไทย ซึ่งความนิยมในละครไทยเป็นผลสืบเนื่องจากในอดีตราว 20 ปีก่อน การส่งสัญญาณแพร่ภาพทางโทรทัศน์ของเมียนมามีข้อจำกัดในเชิงพื้นที่และความหลากหลาย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีความความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ชาวเมียนมาจึงหันมาใช้จานดาวเทียมในการรับสัญญาณโทรทัศน์ทำให้รับสัญญาณโทรทัศน์รายการของประเทศไทยและประเทศอื่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้คนเมียนมามีความคุ้นเคยจนกระทั่งพัฒนากลายเป็นความนิยมในปัจจุบัน


โดยไม่ได้ตั้งใจทำการศึกษาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ผมยังสามารถสังเกตและสัมผัสถึงกระแสไทยนิยมในเมียนมาผ่านการลงพื้นที่วิจัยได้มากพอสมควร ผมเชื่อว่ากระแสไทยนิยมในเมียนมาคงยังมีแง่มุมให้ศึกษาอีกมาก ประเด็นที่น่าสนใจคือ กระแสไทยนิยมในพม่านี้เป็นไปโดยธรรมชาติ ผ่านความสัมพันธ์ทางการค้า การปฏิสัมพันธ์ของประชาชน วัฒนธรรมร่วมสมัย ภาพจำของสินค้าไทยในฐานะสินค้าคุณภาพมีความเข้มแข็ง คำว่า Bangkok เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย ในความรับรู้ของคนเมียนมา ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นทุนทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล เทคโนโลยีได้ทลายกำแพงและอุปสรรคการค้าแบบเดิมลง เปลี่ยนภูมิทัศน์ในการทำธุรกิจ สร้างโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่

นี่ขนาดปล่อยให้กระแสไทยนิยมในเมียนมาเป็นไปตามธรรมชาติยังได้เรื่องขนาดนี้


หากรัฐมีดำริจะให้การส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมจะได้เรื่องขนาดไหน ??

385 views

© 2019 by Mekong Studies Center