• Mekong Chula

เมียนมาในสวนกาแฟ "คลื่นลูกที่สาม"

Updated: Jul 28




หากนึกถึงผู้ผลิตกาแฟสำคัญของอาเซียน คงหนีไม่พ้นอินโดนีเซีย เวียดนาม หรือลาว เมียนมาอาจไม่อยู่ในใจคอกาแฟ แต่เมียนมากำลังเป็นผู้ผลิต Specialty Coffee หรือกาแฟคุณภาพสูงอีกประเทศบนแผนที่กาแฟโลก


กาแฟเริ่มปลูกในเมียนมาสมัยเป็นอาณานิคมอังกฤษราว พ.ศ. ๒๔๒๘ โดยมิชชันนารี ทางภาคใต้ที่มะริด ทวาย และรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นพันธ์โรบัสต้า และพันธ์อาราบิก้าทางภาคเหนือ ในรัฐฉานเหนือ ฉานใต้ และปินอูละวิน (เมเมียว)


ตลาดกาแฟเมียนมาเติบโตอย่างรวดเร็วจากเทรนด์คลื่นลูกที่สาม (Third Wave) ของอุตสาหกรรมกาแฟ โดยเฉพาะ Specialty Coffee จากแนวคิด Single Origins และ Micro-Lots ที่ต้องการเมล็ดกาแฟดิบ (Green Bean) ที่มีคุณภาพสูง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ปลูก สายพันธุ์ กระบวนการผลิต รส-กลิ่น (Flavor Note) ที่เป็นเอกลักษณ์ของแหล่งกำเนิด คล้ายกับอุตสาหกรรมไวน์


ปัจจุบันเมียนมามีพื้นที่ปลูกกาแฟ ๔๙,๐๐๐ เอเคอร์ ร้อยละ ๙๐ เป็นพันธ์อาราบิก้า ส่วนใหญ่ปลูกในพื้นที่สูงทางตอนเหนือ โดยเฉพาะรัฐฉานและ มัณฑะเลย์ ที่เหลือเป็นพันธ์โรบัสต้าปลูกในรัฐกะเหรี่ยง


ในพศ. ๒๕๕๗ มีการจัดตั้ง Mandalay Coffee Group (MCG) โดยความร่วมมือของผู้ผลิตกาแฟท้องถิ่น เช่น Green Land, Lone Star, Shwe Yin Mar, Blue Mountain และ Sithar ในการสร้างโรงสีเปียก โรงอบแห้ง และห้องเก็บรักษา เพื่อควบคุมคุณภาพ มูลค่า ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ปัจจุบัน MCG ผลิตกาแฟรวมกัน ประมาณ ๕๐๐ ตันต่อปี ส่วนใหญ่ขายในตลาดท้องถิ่น


การผลิตกาแฟของเมียนมายังมีปริมาณผลผลิตน้อย ประมาณ ๘,๐๐๐ ตันต่อปี (พ.ศ ๒๕๖๑) ในจำนวนนั้น ๔๐๐ ตัน เป็น Specialty Coffee ที่มีราคาตั้งแต่ ๔,๐๐๐- ๑๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน ที่เหลือเป็น Premium Coffee โดยส่งออกไปยัง ๑๖ ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มูลค่ากว่า ๖ ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้รัฐบาลเมียนมาวางแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกเป็น ๑๙๗,๖๘๔ เอเคอร์ ใน พ.ศ. ๒๕๗๓ เพื่อให้กาแฟเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ


เมียนมาวางจำหน่าย Specialty Coffee เป็นครั้งแรกในงาน Specialty Coffee Association of America Expo ๒๐๑๖ ที่แอตแลนต้า เกิดจากการที่ USAID ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค มูลค่า ๒๗ ล้านเหรียญสหรัฐ ในการปลูกพืชทดแทนฝิ่นใน พ.ศ. ๒๕๕๖ ร่วมกับ Winrock International และ Coffee Quality Institute (CQI) ปรับปรุงการผลิต การแปรรูป และการเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ ทั้งยังสนับสนุนการจัดตั้ง Myanmar Coffee Association (MCA) รวมถึงการจัดงานชิมกาแฟ “Cupping Competations” (คล้ายกับการชิมไวน์) ใน พ. ศ. ๒๕๕๘ เพื่อทดสอบกลิ่นและรสชาติกาแฟ ทำให้เมียนมาสามารถผลิต Specialty Coffee Grade ได้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามมาตรฐาน Speciality Coffee Association of America (SCAA)


United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) ยังให้การสนับสนุนการปลูกกาแฟพันธ์อาราบิก้า

คุณภาพสูงในรัฐฉานเพื่อทดแทนฝิ่น โดยร่วมกับ Malongo ผู้ผลิตกาแฟคุณภาพของฝรั่งเศสในการส่งออกกาแฟไปยังยุโรป


เมียนมาปลูกกาแฟมานานตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมอังกฤษ แต่ไม่เป็นที่รู้จัก อุตสาหกรรมกาแฟเมียนมาเติบโตขึ้นภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของยุคคลื่นลูกที่ ๓ ซึ่งมี Specialty Coffee เป็นเทรนด์ขับเคลื่อน แม้ชาวเมียนมาส่วนใหญ่จะนิยมดื่มชา และมีร้านน้ำชาที่มีกาแฟแบบดั้งเดิมบริการเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต


อ้างอิงจาก


"မြန်မာ့ကော်ဖီ နိုင်ငံတကာဈေးကွက်ထိုးဖောက်နိုင်ရန် အမေရိကန်နိုင်ငံတကာ ဖွံ့ဖြိုးရေးအေဂျင်စီ ကူညီမည်"

The Myanmar Times, july 23, 2019.

https://myanmar.mmtimes.com/news/125948.html

"ဖူးအိအိနွယ်, “နိုင်ငံခြားသို့ မြန်မာကော်ဖီတင်ပို့မှု တိုးတက်မှု ရှိလ"

Mizzima, March 15, 2019.

http://www.mizzimaburmese.com/article/55392

"လုကိုဟင်, “မြန်မာကော်ဖီ အမေရိက ရောက်ပြီ"

The Irrawaddy, August 24, 2016.

https://burma.irrawaddy.com/news/2016/08/24/122901.html

"အောင်သီဟ, “မြန်မာ့ကော်ဖီ ပြည်ပတင်ပို့မှု အမေရိကန်ဒေါ်လာ ၁၀ သန်းကျော်အထိ ရှိလာဟုဆို"

The Irrawaddy, July 18, 2019.

https://burma.irrawaddy.com/business/2019/07/18/198269.html

.

10 views

© 2019 by Mekong Studies Center