• Mekong Chula

อาณาจักร "จุงเหงียน" หลัง ราชา-ราชินี กาแฟ เตียงหัก

Updated: Jul 28




กลุ่มจุงเหงียน (Tap đoàn Trung Nguyên) ผู้ผลิตกาแฟชั้นนำของเวียดนาม เจ้าของร้านกาแฟกว่า ๑,๐๐๐ สาขา ส่งออกไป ๖๐ ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ชื่อดัง คือ กาแฟสำเร็จรูป แบรนด์ “จี เซเว่น” (G๗) ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมซื้อเป็นของฝากจากเวียดนาม จุงเหงียนก่อตั้งเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๙ โดย ดัง เล เหงียน วู๊ (Đang Lê Nguyên Vũ) ที่มักเรียกกันว่า “ประธาน วู๊” และภรรยาสาว เล หว่าง เซี้ยป ถาว (Lê Hoàng Diep Thao) ที่บวนมาถ็วต จังหวัดดั๊กลัก เมืองหลวงกาแฟของเวียดนาม แหล่งกำเนิดเมล็ดกาแฟโรบัสต้าชั้นดี


วู๊ เกิดในครอบครัวชาวนายากจน ที่คั้นห์หว่า ในพ.ศ. ๒๕๑๔ ต่อมาครอบครัวย้ายไปอยู่ดั๊กลัก หลังตัดสินใจเลิกเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยตัย เหงียน วู๊ เปิดร้านกาแฟ “จุง เหงียน” ขึ้นที่โฮจิมินห์ซิตี้ ในพ.ศ. ๒๕๔๑ สามารถขยายแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ จนมีร้านกาแฟถึง ๖๔ สาขา เป็นเชนร้านกาแฟอันดับสามของเวียดนาม รองจากคอฟฟี่ เฮ้าส์ และไฮแลนด์ คอฟฟี่


การเติบโตอย่างรวดเร็วของ จี เซเว่น ในตลาดกาแฟสำเร็จรูปของเวียดนาม ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นรองจาก วีนาคาเฟ และ เนสกาแฟ ทำให้ วู๊ ได้รับสมญานามว่า ”ราชากาแฟเวียดนาม” (Vua Cà phê Viet Nam) แต่ไม่ใช่จะประสบความสำเร็จเสมอไป วู๊ ล้มเหลวไม่เป็นท่าจากการลงทุนทำซุปเปอร์มาร์เก็ต “จี เซเว่น มาร์ท” ในพ.ศ. ๒๕๔๙ แม้ภายหลังจะร่วมหุ้นกับ มินิสต๊อป แฟรนไชส์คอนวีเนียนสโตร์เครืออิออนจากญี่ปุ่น


วู๊ และ ถาว ผู้เป็นภรรยาเริ่มบาดหมางกันในพ.ศ. ๒๕๕๖ หลัง วู๊ ไปนั่งสมาธิเป็นเวลา ๔๙ วัน เมื่อกลับมาอ้างว่าได้รับภารกิจจากพระเจ้าในการช่วยเหลือมนุษยชาติ และประกาศหลักคำสอน ที่เรียกว่า “ลัทธิกาแฟ” หรือ “Coffeeism” ถาว คิดว่า สามีป่วยเพราะอดอาหารนานเกินไป และพยายามพาไปรักษา แต่กลับถูกปลดจากบริษัท จนเกิดการต่อสู้ในศาลเพื่อแย่งชิงสิทธิการบริหาร ความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้ วู๊ เปลี่ยนชื่อ แบรนด์ใหม่จาก จุงเหงียน เป็น “จุงเหงียน ลีเจ้นด์” (Trung Nguyên Legend Café)


การหย่าร้างของ “คู่รักกาแฟ” ในพ.ศ. ๒๕๖๒ หลังอยู่กินกันมา ๒๐ ปี เป็นข่าวดังในสื่อเวียดนาม หลังศาลประชาชนโฮจิมินห์ซิตี้ตัดสินแบ่งหุ้นทั้งหมดที่ทั้งคู่ถืออยู่ร้อยละ ๙๓ มูลค่ากว่า ๒๔๖.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ ให้ วู๊ ร้อยละ ๖๐ และ ถาว ร้อยละ ๔๐ แต่ศาลเห็นว่าการถือหุ้นร่วมกันของทั้งสองจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจ จึงให้ วู๊ เป็นผู้ได้รับสิทธิในการบริหารอาณาจักร จุงเหงียน


หลังการหย่าร้างที่นานกว่า ๕ ปี สิ้นสุด ถาว ที่เคยได้รับสมญานามเคียงคู่อดีตสามีว่า “ราชินีกาแฟ” กลายเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยเป็นอันดับ ๔ ของเวียดนาม และเป็นรองประธานสมาคมกาแฟเวียดนาม ถาว แยก ทีเอ็นไอ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งตั้งขึ้นที่ สิงคโปร์ ในพ.ศ. ๒๕๕๑ ออกจากกลุ่มจุงเหงียน และเจาะตลาดต่างประเทศโดยเปิดตัวแบรนด์ "คิง คอฟฟี่" (King Coffee) ที่อเมริกา วางจำหน่ายในร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต ๓๐๐ แห่ง ในเวียดนาม และ ๖๑ ประเทศทั่วโลก ถาว ยังวางแผนที่จะเปิดร้านกาแฟระดับไฮเอนด์ในเวียดนามให้ได้ ๑,๐๐๐ ร้านทั่วประเทศ ด้วยการขยายแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่ วู๊ เคยใช้

.

แม้ศาลตัดสินให้หย่าร้างกันแล้ว แต่อดีตคู่รักกาแฟยังคงมีข้อพิพาทกันอยู่ถึง ๑๙ คดี ถาว ประกาศจะเรียกคืนสิทธิของเธอในจุงเหงียน ขณะที่ วู๊ เห็นว่าอดีตภรรยา ไม่ใช่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เพราะการเริ่มต้นธุรกิจมาจากการขายสมบัติพ่อและแม่ของตน และกล่าวหาว่าความเห็นของ ถาว เป็นกลโกง เพื่อทำลายกลุ่มจุงเหงียน และ วู๊ เป็นการส่วนตัว ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียงของแบรนด์ และพนักงานกว่า ๕,๐๐๐ คน โดยการกดดันอย่างต่อเนื่องด้วยการฟ้องร้องคดี และยึดโรงงานที่บั๊กซางอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งปลอมแปลงลายมือชื่อของตน แต่ ถาว หาว่าเธอถูกใส่ร้าย


สถานการณ์ความขัดแย้งของ ถาว และ วู๊ ทำให้กลุ่มจุงเหงียนพบความยากลำบาก ผลประกอบการลดลง จากเคยมีกำไรในพ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๒๙.๑๓ ล้านเหรียญสหรัฐ ลดเหลือ ๑๔.๘๙ ล้านเหรียญสหรัฐ ในพ.ศ. ๒๕๖๑ ขณะที่ตลาดกาแฟสำเร็จรูปของเวียดนามมีผู้เล่นรายใหญ่ คือ วีนาคาเฟ (ร้อยละ ๒๐.๓) เนสท์เล่ (ร้อยละ ๓๕.๗) และผู้เล่นรายใหม่อย่าง นูตีฟู๊ด และอายิโนะโมะโต๊ะเวียดนาม ซึ่งเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จนมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึงร้อยละ ๘๑.๓ ขณะที่ จีเซเว่น มีส่วนแบ่งตลาด ร้อยละ ๑๘.๗ จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายนักสำหรับแบรนด์ คิง คอฟฟี่ ของ ถาว


ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟในเวียดนาม อาจต้องใช้เวลา ๒-๓ ปี กว่าจะฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็นคอฟฟี่ เฮ้าส์, ไฮแลนด์ คอฟฟี่ รวมทั้งจุงเหงียน และคิง คอฟฟี่ หรือผู้เล่นรายใหม่อย่าง อง เบิ่ว (Cà Phê Ông Bau) ของ ดว่าน เหงียน ดึ๊ก (Đoàn Nguyên Đuc) จากกลุ่มหฺว่าง แอง ซาลาย (Hoàng Anh Gia Lai) ที่ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป


วู๊ และ ถาว เคยเป็นคู่รักกาแฟ ที่คนเวียดนามจำนวนมากชื่นชม จนได้รับสมญานามว่า ราชาและราชินีกาแฟ ทั้งคู่เคยจับมือกันฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างธุรกิจร่วมกันมายาวนานกว่าทศวรรษ การหย่าร้างของ วู๊ และ ถาว ไม่เพียงสร้างสถานการณ์ยากลำบากให้แก่กลุ่มจุงเหงียวน แต่ทำให้เส้นทางชีวิตของคนทั้งคู่ ต้องแยกออกเป็นสองเส้นทางในฐานะคู่แข่งขันซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนั่งบน "บัลลังก์" ผู้นำในธุรกิจกาแฟเวียดนาม.


อ้างอิงจาก


"Tap đoàn Trung Nguyên Legend khang định vị the thưong hieu toàn cau”,

Thanh Niên, January 7, 2020.

https://thanhnien.vn/tai-chinh-kinh-doanh/tap-doan-trung-nguyen-legend-khang-dinh-vi-the-thuong-hieu-toan-cau-1169264.html

“Tap đoàn Trung Nguyên tiep tuc khang đinh bà Thao không còn là co đông”

Tuoi Tre, April 27, 2020.

https://tuoitre.vn/tap-doan-trung-nguyen-tiep-tuc-khang-dinh-ba-thao-khong-con-la-co-dong-20200427153802885.htm

Phan Thuong, “Gan 1.200 ti đong đã đuoc Đang Lê Nguyên Vũ thi hành án se ra sao?”

Thanh Niên, February 18,,2020

https://thanhnien.vn/thoi-su/gan-1200-ti-dong-da-duoc-dang-le-nguyen-vu-thi-hanh-an-se-ra-sao-1183807.html

Đo Trường, ”Khoi to vu làm gia tài lieu tai Công ty CP Cà Phê Hòa Tan Trung Nguyên”

Thanh Niên, April 28,,2020

https://thanhnien.vn/thoi-su/khoi-to-vu-lam-gia-tai-lieu-tai-cong-ty-cp-ca-phe-hoa-tan-trung-nguyen-1217230.html

0 views

© 2019 by Mekong Studies Center