• Mekong Chula

รายได้ (ไม่) กล้วยๆ ของลาว

Updated: Jul 28

อดิศร เสมแย้ม




แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าจะพ่นพิษ จนเกิดแรงกระเพื่อมจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจ ทว่ากลับไม่กระเทือนต่อการส่งออกกล้วยของลาวไปจีนแต่อย่างใด นี่อาจเป็นคำตอบว่า เหตุใดจู่ๆ รัฐบาลลาวจึงเลิกแบนการปลูกกล้วยของนักลงทุนจีนที่สร้างความเสียหายอย่างมากไปเสียเฉยๆ


กล้วยเป็นสินค้าส่งออกไปยังจีนและไทย ที่สร้างรายได้สูงสุดแก่ลาวในบรรดาสินค้าเกษตรทั้งหลาย มีมูลค่าถึง ๑๙๘ ล้านเหรียญสหรัฐใน พ.ศ ๒๕๖๒ และคาดว่าจะทำเงินมากสุดตามยุทธศาสตร์เกษตรของลาวไปกระทั่งพ. ศ. ๒๕๖๘


การเข้ามาปลูกกล้วยเชิงพาณิชย์ของนักลงทุนจีนที่เริ่มต้นในพ.ศ. ๒๕๕๓ ได้สร้างปัญหาจากการลักลอบใช้สารเคมีผิดกฎหมายในการปลูกและเก็บเกี่ยว จนทำให้คนงานล้มป่วย เกิดมลพิษจากสารเคมีที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และขยะจากวัสดุที่ใช้ห่อกล้วยก่อนเก็บเกี่ยวในแม่น้ำ จนเกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำ และชาวบ้านที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภค ในพ.ศ. ๒๕๕๘ แขวงภาคเหนือของลาวที่ต่างประสบปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น บ่อแก้ว หลวงน้ำทา อุดมไซ หลวงพระบาง และไซยะบุลี ได้สั่งให้นักลงทุนจีนหยุดกิจการลงโดยสิ้นเชิง ซึ่งต่อมารัฐบาลลาวได้แสดงความความรับผิดชอบด้วยการไม่ออกใบอนุญาตใหม่ หรือต่อสัญญาเมื่อหมดอายุ


ข้อเท็จจริง พบว่า ระดับท้องถิ่นยังคงมีการให้สัมปทานตามแขวงต่างๆ เช่น ไซยะบุรี อุดมไซ บอลิคำไซ แม้กระทั่ง อัตตะปือ ในที่ดินซึ่งจัดสรรให้ชาวบ้านผู้อพยพมาจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยที่แตกในพ.ศ. ๒๕๖๑ ไม่นับรวมถึงการให้สัมปทานแก่นักลงทุนเวียดนามในการปลูกกล้วยที่แขวงสะหวันนะเขต เพื่อส่งออกไปยังยุโรป และรัสเซีย


ก่อนที่รัฐบาลลาวจะห้ามไม่ให้มีให้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม ในพ.ศ. ๒๕๖๐ ลาวมีพื้นที่ปลูกกล้วย ๒๖,๑๗๗ เฮกตาร์ แต่ลดลงเหลือ ๒๐,๔๐๘ เฮกตาร์ ระหว่าง พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๖๒ จนทำให้ลาวซึ่งเป็นผู้ส่งออกกล้วยหอม พันธุ์คาเวนดิช (Cavendish) ไปยังจีนมากเป็นอันดับสองในพ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีปริมาณ ๒๒๐,๐๐๐ ตัน สร้างมูลค่าถึง ๑๖๒ ล้านเหรียญสหรัฐ ร่วงลงมาเหลือ ๑๑๒ ล้านเหรียญสหรัฐในพ.ศ. ๒๕๖๑ จนเป็นเหตุให้รัฐบาลลาวต้องยกเลิกการเข้มงวด เพราะราคากล้วยในจีนที่พุ่งสูงขึ้น ภายใต้เงื่อนไขการอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ได้เมื่อหมดอายุ หากได้ใบรับรอง GAP (Good Agricultural Practices) แม้จะรู้เต็มอกว่าเป็นเรื่องยากลำบากในการติดตามและตรวจสอบ


กล้วยเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้งดงาม ให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนเฉลี่ย ๒๐ ล้านกีบต่อเฮกตาร์ต่อปี แทบไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพราะสามารถจ่ายค่าแรงประมาณ ๕๐,๐๐๐ กีบ (๖.๒๕ เหรียญสหรัฐ) ต่อวัน ขณะที่ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของลาว คือ ๓๐,๐๐๐ กีบต่อวัน ไม่นับแรงจูงใจในการให้เช่าที่ดินของชาวบ้าน ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ต่อ ๑ เฮกตาร์ ต่อปี (พ.ศ. ๒๕๖๒) นั่นหมายถึง เงินสดมากกว่าการทำการเกษตรซึ่งเคยได้รับอยู่ที่ ๑๒๐ - ๑๕๐ เหรียญสหรัฐต่อเดือน


กล้วยกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ทำรายได้แก่ลาว สร้างโอกาสการมีงานทำ และรายได้แก่คนยากจนในชนบท ที่มักเป็นคนต่างถิ่นโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ม้ง เมี่ยน หรือขมุ ในความจริงแล้ว มูลค่าจากรายได้มหาศาลในการส่งออกกล้วยอาจไม่ (กล้วย) และ (หอม) หวาน เพราะมีต้นทุนแฝงที่แลกมาด้วยความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ราคาของความเสี่ยงต่อสุขภาพ และชีวิตผู้คนที่แทบไม่มีทางเลือก.


อ้างอิงจาก

.

“ລັດຖະບານສັ່ງໂຈະເນື້ອທີ່ປູກກ້ວຍທີ່ຂະຫຍາຍໃໝ່"

ມະຫາຊົນ, ພຶດສະພາ 22,2019.

http://www.mahason.com/contentdetail.phpid=976&cate=news&group=1&parent_id=1&page_name=hotnews

“ການປູກກ້ວຍເປັນສິນຄ້າຢູ່ລາວ ຍັງພົບບັນຫາຫລາຍດ້ານ”

ລາວພັດທະນາ, ພຶດສະພາ 22, 2018.

https://www.laophattananews.com/archives/33624

“ລາວສົ່ງອອກກ້ວຍຫອມໄປຈີນເພີ່ມຂຶ້ນທຸກປີ ແຕ່ກະສິກອນລາວກໍຕ້ອງປະເຊີນກັບບັນຫາສຸຂະພາບ”

VOA, October 26, 2019.

https://lao.voanews.com/a/lao-export-more-bananas-to-china-but-has-more-environmental-impacts/5134219.html

“ປະຊາຊົນລາວໃນແຂວງບໍລິຄຳໄຊຄັດຄ້ານແຜນການລົງທຶນປູກກ້ວຍຫອມຂອງກຸ່ມລົງທຶນຈີນ”

VOA, December 11, 2019.

https://lao.voanews.com/a/people-in-bolikhamsay-oppose-chinese-firm-investment-to-grow-banana/5162339.html

.

© 2019 by Mekong Studies Center