• Mekong Chula

พินิจ สี่ จิ้น ผิง พบ ออง ซาน ซู จี (ตอนที่ 1)

Updated: Feb 26

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์



ประชาคมโลกต่างจับตาการเยือนเมียนมาของประธานาธิบดี สี่ จิ้น ผิง ( Xi Jingping) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 17-18 มกราคม ที่ผ่านมา สื่อมวลชนหลายสำนักในต่างประเทศและไทยต่างวิเคราะห์และให้ความสำคัญของการเดินทางของผู้นำจีนครั้งนี้ โดยอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมผู้นำสูงสุดของจีนได้เลือกเยือนเมียนมาเป็นประเทศแรกสำหรับการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกใน ปี 2020 ในแง่ของผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อสงสัยดังกล่าว แต่ด้วยความขี้สงสัยของผู้เขียนเอง คิดว่าแน่นอนคงไม่ใช่ประเทศเมียนมาอยู่ใกล้กับจีนเพราะอยู่ติดกับมณฑลยูนนาน มณฑลทางใต้ของจีน อีกทั้งท่านผู้นำสูงสุดของจีนคงไม่ใช่เลือกเยือนเมียนมาในฐานะประเทศแรกที่เป็นสมาชิกของอาเซียน ผู้เขียนว่ามากกว่านั้นมาก ยิ่งเราทราบกันกันในภายหลังว่า ทางการจีนและเมียนมาลงนามข้อตกลงอันประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจ จดหมาย และพิธีสาร จำนวนมากถึง 33 ฉบับ


ที่สำคัญเป็นอันดับแรก คือ นี่เป็นการเยือนของประธานาธิบดีจีนต่อเมียนมาหลังจากที่ไม่ได้เยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการมานาน 19 ปี หลังจากประธานาธิบดี เจียง เจอ หมิง เยือนเมียนมาใน ปี 2001[i] เราควรวิเคราะห์ความสำคัญของการเยือนเมียนมาของประธานาธิบดี สี่ จิ้น ผิง ในด้านต่างๆ ทั้งต่อจีน ต่อเมียนมาเอง ซึ่งย่อมทำให้เรามองเห็นว่าการเยือนของผู้นำสูงสุดของจีนครั้งนี้อันบ่งบอกทิศทางสำคัญในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่เอเชียใต้ เอเชียกลางและยุโรป ไปด้วยในตัว


นัยยะของข้อตกลง 33 ฉบับ

สำนักข่าว AP[ii] รายงานว่า มีการลงนามและแลกเปลี่ยน บันทึกความเข้าใจ จดหมายและร่างพิธีสาร 33 โครงการ ระหว่างประธานาธิบดี สี่ จิ้น ผิงกับ นาง ออง ซาน ซู จี ผู้นำเมียนมาในวันที่ 18 มกราคม 2020โครงการอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งข้อมูลข่าวสาร อุตสาหกรรม การเกษตร ความมั่นคง และการโยกย้ายถิ่นฐานของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศในรัฐกะฉิ่นที่มีพรมแดนติดกับจีน

ดูคร่าวๆทางการจีนทำข้อตกลงกับเมียนมาครอบคลุมในหลายด้าน อย่างไรก็ตามเมื่อไฮไลท์และจัดลำดับความสำคัญเราจะเห็นว่า เป็นข้อตกลงที่เกี่ยวพันกับการเตรียมการด้านการเงิน การก่อสร้างและการจัดการโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) มูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการดังกล่าวผลักดันโดยจีนต่อเนื่อง มีบางโครงการรื้อฟื้นและเริ่มต้นใหม่หลังจากที่เลื่อนออกไปหรือหยุดชะงักด้วยเหตุผลสำคัญ ซึ่งจะกล่าวต่อไป อีกทั้งเราควรมองภาพรวมของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกันต่อแผนงาน นโยบาย และยุทธศาสตร์ของจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่เป็นนโยบายของเมียนมาเพียงบางส่วน ที่ต้องแยกแยะว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้นำรัฐบาลบางส่วน ผู้นำทหาร แต่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนแค่ไหนเป็นคำถาม และที่สงสัยเป็นคำถามที่ใหญ่มากขึ้น คือ เป็นประโยชน์ตรงไหนต่อประชาชนในท้องถิ่นซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยของเมียนมา กล่าวคือ


การก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ภาพใหญ่

โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงและท่าเรือน้ำลึกซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (China-Myanmar Economic Corridor-CMEC) อันเป็นโครงการเพื่อสร้างเส้นทางเชื่อมจีนไปมหาสมุทรอินเดีย[iii] ตามแนวคิด หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road-OBOR) ซี่งทางการจีนปรับเปลี่ยนชื่อมาเป็น ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI)

CMEC ส่วนที่เป็น รถไฟความเร็วสูงสร้างเสร็จในระดับหนึ่งโดยเป็นการก่อสร้างและปรับปรุงถนนไฮเวย์ในรัฐฉาน (Shan State) ซึ่งเป็นรัฐด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมาที่มีพรมแดนติดอยู่กับจีน ถนนไฮเวย์ใหม่และเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่ก่อสร้างเฟสแรกต้องการจะเชื่อมต่อกับเมืองชายแดนของจีน คือ เมืองรุ่ยลี่ (Ruili) และเมืองมูเซะ (Muse) เมืองชายแดนของเมียนมาอันเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกับเมืองศูนย์กลางการค้าของเมียนมาคือเมือง มัณฑะเลย์ (Mandalay)[iv]

ที่น่าสังเกตคือ ถ้าเป็นไปตามแผนการจะขยายเส้นทางลงไปทางใต้โดยไปที่เมืองจ้าวผิ่ว (Kyaukphyu) แต่การเชื่อมขยายน่าจะเป็นแรงผลักดันมาจากจีนมากกว่า

นอกจากนี้บริเวณเส้นทางก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงสายในรัฐฉานยังมีการก่อสร้าง ท่อส่งก๊าซ และน้ำมันที่สร้างเสร็จในปี 2013 และ ปี 2017 อีกด้วย[v]

เส้นทางแรกของโครงการรถไฟความเร็วสูงมีมูลค่า 8.9 พันล้านเหรียญสหรัญฯ ทว่ามีความกังวลเรื่องปัญหาความมั่นคงเนื่องจากรัฐฉานของเมียนมาเป็นเขตของกลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธและเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด[vi] โดยกลุ่มติดอาวุธจะต้องเอาเรื่องผลประโยชน์ของกลุ่มตนก่อน การก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจะต้องไม่ไปกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของพวกเขา


เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสู่ทวิลักษณ์จีน

รัฐฉานของเมียนมามีพัฒนาการที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิงมาก ในอดีตเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาลเมียนมา กองกำลังของพวกเขามีความสามารถและเข้มแข็งทั้งด้วยการเป็นกองกำลังและผู้ค้ายาเสพติดหลายชนิด ในเวลาเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนทั้งทางการเมืองและอาวุธใหม่ๆของพวกเขามาจากทางการจีนทั้งนี้กองกำลังติดอาวุธนี้เป็นทั้งเครื่องมือกดดันและเจรจาต่อรองกับรัฐบาลเมียนมา ด้านของจีนยังเอาไว้กำราบชนกลุ่มน้อยที่อยู่บริเวณชายแดนจีนซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลจีน และรัฐบาลท้องถิ่นยูนนานไม่สามารถปราบปรามได้เด็ดขาดโดยเหตุผลหนึ่งมาจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา ด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ[vii]

ในปัจจุบันและอนาคต การเยือนและทำข้อตกลงของประธานาธิบดี สี่ มีการเจรจาโครงการเปลี่ยนพื้นที่พรมแดนรัฐฉานให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone-SEZ) 3 แห่ง เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ค้าทั้งสองประเทศทั้งธุรกิจที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย :ซึ่งที่ผ่านมามีการขนส่งสารตั้งต้นซึ่งใช้ในการนำไปผลิตยาเสพติดมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ผ่านพรมแดนประเทศอยู่แล้ว

นั่นหมายความว่าหากรัฐฉานส่วนที่ติดกับพรมแดนจีนถูกเปลี่ยนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่งก็จะไม่มีข้อจำกัดทางพรมแดนระหว่างประเทศ แต่ความเปลี่ยนแปลงจะไม่หยุดอยู่แค่เขตเศรษฐกิจพิเศษ หากทว่าเท่ากับได้เปิดพื้นที่และเพิ่มการไหลเวียนของสินค้าและผู้คนอันกระทบต่อการหารายได้จากการค้ายา ธุรกิจผิดกฎหมายและการใช้อาวุธของฝ่ายกองกำลัง จนบั่นทอนกำลังการใช้อาวุธเพื่อกิจกรรมต่างๆที่เคยทำมาของกลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ


เมืองย่างกุ้งใหม่

ทางการเมียนมาต้องการให้เมืองย่างกุ้งปฏิวัติตัวเองในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างเมืองใหม่ขึ้นในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำในเมือง โดยหวังว่าเมืองใหม่จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ประชากรแออัด ขาดไฟฟ้าและน้ำได้ โครงการเมืองย่างกุ้งใหม่ (New Yangon City Project) ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นย่างกุ้งได้จัดตั้งบริษัท New Yangon Development Company (NYDC) ขึ้น โดยลงนามในข้อตกลง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ร่วมกับ China Communications Construction Ltd (CCCC) ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลจีนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองใหม่ แลกกับสิทธิ์ของ CCCC ในการใช้พื้นที่ 28 ตารางกิโลเมตร[viii] ไม่แตกต่างจากความช่วยเหลือของ CCCC ในโครงการท่าเรือที่ศรีลังกา และเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Belt and Road ของจีน เช่นเดียวกับโครงการพัฒนาเมืองย่างกุ้งใหม่[ix] แม้ CCCC จะถูกกล่าวโทษจากธนาคารโลกว่ามีการกระทำที่ฉ้อฉลและทุจริตก็ตาม[x]

ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ได้สร้างปัญหาในกับเมียนมาในปัจจุบันและในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น ในโครงการอื่นๆที่ได้ตกลงกันแล้วและที่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ก็เกิดปัญหาเช่นกัน แต่ปัญหาที่ว่านั้นช่วยให้เราเห็นบทบาทของจีนในเมียนมาและต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรวมทั้งเอเชียใต้อีกด้วย

นั่นหมายความว่า เราต้องตั้งคำถามว่า จีนมีทิศทางใหม่ต่อภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นอย่างไร ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจภายใน การผลิตล้นเกิน (over supply) การบริโภคภายในถดถอย พร้อมกับแรงกดดันจากปัญหาฮ่องกงในฐานะ แกนกลางระบบทุนนิยมจีน ที่ยังไม่เห็นทางออกและปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ยังไม่ยุติ

เมียนมาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาของจีนเพื่อเข้าถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตหรือไม่





[i] China Daily 17 January 2020 [ii] AP 18 January 2020 [iii] เป็นโครงสร้างแบบ Y-Shape เพื่อเชื่อมจีนกับมหาสุมทรอินเดีย อ้างจาก “ China’s Xi makes a ‘historic’ visit to Mayanmar” Aljazeera 17 January 2020 [iv] Bertil Lintner “ What China’s Xi will and won’t get in Myanmar” Asia Times 16 January 2020 [v] Ibid.,

[vi] https://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2184442/myanmar-china-border-town-muse-overflows-guns-drugs-and?fbclid=IwAR3ECFNY6XxXIfI01-9K4E4tINe5mJnMblSsJkIdFPVHwRRgNSVCKyGxW_4

[vii] https://www.crisisgroup.org/asia/south-east-asia/myanmar/299-fire-and-ice-conflict-and-drugs-myanmars-shan-state?fbclid=IwAR1GwIn0gFScEhRCcBSkaPEuONxcfDsWfFIL2X4y3-xfX9PmRLJbydBCfpc

[viii] https://www.irrawaddy.com/news/burma/new-yangon-city-chief-grilled-chinese-contractors-reputation.html

[ix] https://elevenmyanmar.com/news/is-new-yangon-city-project-to-be-controlled-by-the-cccc-or-a-foreign-company-with-a-threat-to

[x] https://www.mmtimes.com/news/chinese-firm-finalises-new-yangon-city-proposal.html

56 views

© 2019 by Mekong Studies Center