• Mekong Chula

ทำไมเมียนมาถึงสำคัญต่ออินเดีย

Updated: Jul 28




นอกจากเป็นสมาชิก BIMSTEC เมียนมายังสำคัญยิ่งต่อนโยบาย "Act East" และนโยบาย "Neighborhood First" ของอินเดียที่ไม่รวมเพื่อนบ้านเช่นปากีสถาน จากที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ เป็น “ประตู” สู่อาเซียน และ อินโด - แปซิฟิก ของอินเดีย ที่มีชายแดนติดอินเดียทางตะวันออกเฉียงเหนือ ๑,๖๒๔ กิโลเมตร และพรมแดนทางทะเลบริเวณอ่าวเบงกอลยาว ๗๒๕ กิโลเมตร


เมียนมาเป็นหนึ่งในสองประเทศอาเซียน ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งที่สองของ นเรนทรา โมดี ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ และเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีหน่วยงานรับผิดชอบ แยกต่างหากในกระทรวงต่างประเทศอินเดีย


นโยบายต่างประเทศของนิวเดลีต่อเนปยีดอ นอกจากสร้างสมดุลความสัมพันธ์กับปักกิ่งแล้ว ยังต้องการจำกัดอิทธิพลจีนไม่ให้เมียนมา กลายเป็น "รัฐบริวาร" (Satellite State) ของพญามังกร เมียนมาจึงกลายเป็น "สาวงาม" ที่ถูกจีนและ อินเดีย รุมทึ้งอย่างไม่ตั้งใจ


อินเดียมองว่าเมียนมามีความสำคัญกับเศรษฐกิจตน ที่ตั้งเป้าหมาย GDP ไว้ถึง ๕ ล้านล้านเหรียญสหรัฐในพ.ศ. ๒๕๖๗ เฉพาะอย่างยิ่งหลังถอนตัวจาก RCEP แต่การค้าทวิภาคีอินเดีย-เมียนมา กลับห่างไกลเป้าจนไม่อาจเทียบ "ฝุ่น" กับจีน เพราะมีมูลค่ารวมเพียง ๑.๗ พันล้านเหรียญสหรัฐในพ.ศ. ๒๕๖๒ และขนาดการลงทุน อันดับ ๑๑ ในเมียนมา มูลค่า ๗๖๓.๖ ล้านเหรียญสหรัฐ


การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอินเดียและเมียนมาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของอินเดีย โดยหวังว่าเมื่อสร้างเสร็จจะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างอินเดีย-อาเซียน ยังคงดำเนินการไปอย่างล่าช้าไม่ว่าจะเป็นโครงการ India–Myanmar–Thailand Trilateral Highway, โครงการ Kaladan Multi-Modal Transit Transport (KMMTT) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อท่าเรือของอินเดียตะวันออกที่กัลกัตตา กับท่าเรือน้ำลึกซิตต่วยในรัฐยะไข่ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Security and Growth for All in the Region (SAGAR) ด้วยการใช้ท่าเรือเป็นศูนย์กลางการพัฒนา (Port-led development) อินเดียมีแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกซิตต่วยในอ่าวเบงกอล ให้ทำหน้าที่เป็นโหนดของโครงการ KMMTT ในการเชื่อมตะวันตกเฉียงใต้ของเมียนมา กับรัฐทั้งเจ็ดทางตะวันออกเฉียงเหนือ (Seven sister states of India) ได้แก่ มณีปุระ, นาคาแลนด์,อรุณาจัลประเทศ, อัสสัม, เมฆาลัย, มณีปุระ, ตริปุระ และมิโซรัม ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการขนส่งทางทะเลและถนนเข้าด้วยกัน และ "วัดรอยเท้า" พญามังกรในโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกเจ้าก์ผิ่วในรัฐยะไข่ด้วยการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณท่าเรือซิตต่วย อันเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของนิวเดลี


อุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างนิวเดลี กับเนปยีดอกลับเป็นเรื่องความมั่นคงร่วมกันด้านชายแดน ที่ทำให้โครงการ KMMTT ล่าช้า จากการต่อสู้กันระหว่างกองทัพเมียนมา และกองทัพอาระกัน รวมถึงปัญหาความไม่สงบในรัฐนาคาแลนด์, การลักลอบขนอาวุธและยาเสพติดจากค็อกซ์ บาซาร์ ของบังกลาเทศ ทำให้สองประเทศต้องปฏิบัติการทางทหารร่วมกันในการต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธบริเวณแนวชายแดนของรัฐยะไข่ ซึ่งติดกับรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย เช่น Operation Sunrise หลัง โมดี เยือนเมียนมาในพ.ศ. ๒๕๖๑ และการพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างอินเดียและเมียนมาจากการลงนามข้อตกลงหลังการเยือนอินเดียของ มีน ออง ไลง์ ในพ.ศ. ๒๕๖๒


ในมุมของเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีน ขณะที่มุมของอินเดีย มองว่าการปรับปรุงกองทัพเมียนมาให้ทันสมัย จะทำให้อินเดียลดปัญหาความมั่นคงจากการก่อการร้าย และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนบริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ใช้เมียนมาเป็นฐาน นอกจากเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อคานกับจีน โดยอินเดียได้ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรม,การฝึกซ้อมรบร่วม "IMBEX" กับกองทัพเมียนมา และยังเป็นผู้จัดหาอาวุธสำคัญแก่กองทัพเมียนมา ภายใต้นโยบาย “Make in India” เช่น การให้วงเงินสินเชื่อ (LoC) ในการซื้อเรือดำน้ำ


กว่าสี่ทศวรรษที่นิวเดลีดูอยู่เงียบๆต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากเผด็จการทหารในเพื่อนบ้านทางตะวันออก รวมทั้งปัญหาโรฮิงยาที่กำลังพิจารณาใน ICJ จากการงดออกเสียงลงมติร่างรายงาน “สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา”ใน UNHRCแม้จะมีบทบาทในกระบวนการสันติภาพของเมียนมาด้วยการเป็นพยานในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิง แต่การส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยากลับเมียนมา ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ หรือหลักศีลธรรมของประชาธิปไตยแบบอินเดีย สะท้อนถึงภูมิยุทธศาสตร์ (Geostrategic) ของอินเดียต่อเมียนมาภายใต้รัฐบาลฮินดู - ชาตินิยม ของพรรค BJP ที่มองว่าผู้ลี้ภัยมุสลิมในอินเดียเป็นภัยคุกคามสังคม และใช้เป็นเครื่องมือปลุกกระแสชาตินิยมชาวฮินดูขวาจัดและไม่ต่างจากเมียนมา ที่เห็นชาวโรฮิงยาเป็นแค่"Illegal Bengalis" หรือผู้อพยพลี้ภัยที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ด้วยเหตุผลเศรษฐกิจ ความพยายามของอินเดียในการพัฒนาความสัมพันธ์กับเมียนมาท่ามกลางอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน ซึ่งนอกจากเป็นภัยคุกคามต่ออินเดีย ยังท้าทายยิ่งต่อนโยบาย "Neighborhood First"


นิวเดลีพบว่ายากที่จะต่อกรกับอิทธิพลปักกิ่งในเนปยีดอ เฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยกระดับสถานะไปสู่ “อินเดียใหม่” จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อระหว่างอาเซียน และอินโด - แปซิฟิก กับรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ความล่าช้า และชื่อเสีย(ง) ของอินเดีย ในการชะลอโครงการต่างๆ ทำให้อินเดียห่างชั้นจากจีนที่สามารถรักษาสัมพันธภาพที่ดีทั้งรัฐบาลกลาง, ทัดมาดอ หรือกลุ่มกบฏ ทั้งไม่มีหลักฐานว่าจีนให้ความช่วยเหลือแก่กองทัพอาระกัน และความจริงที่ว่าโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกเจ้าก์ผิ่ว กลับไม่ถูกคุกคามเหมือนโครงการ KMMTT ดังนั้นแม้เมียนมาจะมีความสำคัญกับอินเดีย แต่ก็เป็นความสัมพันธ์แบบ "ใกล้เกลือกินด่าง" หากวัดกับจีน เพราะดูๆแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอินเดียและทัดมาดอ ยังจะมีความใกล้ชิดอย่างลึกซึ้ง และก้าวหน้ามากกว่าเสียด้วยซ้ำ.

.

อ้างอิงจาก


“မြန်မာ- အိန္ဒိယ- တရုတ် စီးပွားရေးစင်္ကြံတစ်ခု တည်ဆောက်ရန် ကြိုးပမ်းမည်”

The Myanmar Times, October 3, 2019.

https://myanmar.mmtimes.com/news/129158.html

“အိန္ဒိယ - မြန်မာ စစ်ဘက်ဆက်ဆံရေး ခိုင်မာအောင် ဆောင်ရွက်နေ”

The Irrawaddy, August 1, 2019.

https://burma.irrawaddy.com/news/2019/08/01/199574.html

“အိန္ဒိယ- မြန်မာ ကာကွယ်ရေး ပူးပေါင်း ဆောင်ရွက်မှု နားလည်မှု စာချွန်လွှာ လက်မှတ်ရေးထို

The Irrawaddy, July 30, 2019.

https://burma.irrawaddy.com/news/2019/07/30/199350.html

“အိန္ဒိယက မြန်မာသို့ ရေငုပ်သင်္ဘော လွှဲအပ်ရန် အသင့်ဖြစ်နေ ”

The Irrawaddy, July 31, 2019.

https://burma.irrawaddy.com/news/2019/07/31/199544.html

© 2019 by Mekong Studies Center